ข้อกฎหมายพร้อมคำอธิบาย เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันและเป็นธรรม
วันที่
_____
ผู้ให้เช่า
ประกาศิต บริสุทธิ์ซึ้งใจ
โทร 0991313444
ผู้เช่า
_____
ทรัพย์สินที่ให้เช่า
27/29 หมู่บ้านลิโอ นอฟ
ถนนช่างอากาศอุทิศ 13
แขวงดอนเมือง
เขตดอนเมือง
กรุงเทพฯ 10210
ทรัพย์สินและของใช้ที่รวมอยู่ในสัญญา
เครื่องปรับอากาศอินเวอร์เตอร์ 4 เครื่อง
เครื่องซักผ้า samsung ai แบบฝาหน้า
ตู้เย็น beko 12 คิว รุ่น rdnt371e50vk
เครื่องกรองน้ำ ro
เครื่องทำน้ำอุ่น toshiba แบบ one touch 2 เครื่อง
ชั้นแขวนเสื้อบิวท์อิน 3 จุด
เตียง ikea grimsbu ขนาด 5 ฟุต
โต๊ะอาหารไม้จริง
ผ้าม่าน
ปั๊มน้ำและแทงก์น้ำ
กุญแจบ้าน
และของใช้ทั้งหมดตามภาพที่ตรวจรับ
0 การเริ่มต้นสัญญา
..
“สัญญามีผลทันทีเมื่อวางเงินประกัน”
ข้อกฎหมาย
ผู้เช่าชำระเงินประกันเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569
สัญญามีผลทันทีในวันดังกล่าว
ผู้เช่าสามารถย้ายเข้าได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569
ระหว่างวันที่ 13–31 พฤษภาคม 2569
ผู้เช่าสามารถเข้าบ้านเพื่อตกแต่งและเตรียมบ้านได้
โดยไม่คิดค่าเช่า
และช่วงเวลาดังกล่าวไม่ถือเป็นระยะเวลาเช่า
เมื่อสัญญาถูกลงนาม
ผู้ให้เช่าจะหยุดรับผู้เช่ารายอื่นทันที
และปิดปฏิทินการให้เช่า
คำอธิบาย
เมื่อสัญญาถูกลงนาม
สัญญาถือว่าเริ่มต้นแล้ว
ผู้ให้เช่าปิดปฏิทิน
หยุดรับผู้เช่ารายอื่น
และอาจปฏิเสธผู้สนใจรายใหม่
เพราะบ้านถูกจองแล้ว
ดังนั้นหากผู้เช้ายกเลิกก่อนย้ายเข้า
เงินประกันจะไม่คืน
เพราะผู้ให้เช่าเสียโอกาสจริง
ช่วงเตรียมบ้านเป็นสิทธิพิเศษ
ไม่ใช่ช่วงเช่าฟรี
เป็นเพียงเวลาที่ให้ผู้เช่าเตรียมบ้าน
โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
และไม่กดดัน
0.1 คำถามที่พบบ่อยจากผู้เช่า
บางครั้งผู้เช่าอาจรู้สึกว่า
“ถ้าต้องละเอียดขนาดนี้ ก็ไม่ต้องปล่อยให้เช่าก็ได้”
ความจริงแล้ว
สัญญาที่ละเอียดไม่ได้ทำให้การเช่ายากขึ้น
แต่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันตั้งแต่วันแรก
ไม่ต้องคาดเดา
ไม่ต้องกังวลว่าจะมีเงื่อนไขแอบแฝง
และไม่ต้องกลัวว่าจะมีปัญหาตอนย้ายออก
สัญญาที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น
ทำให้การอยู่ร่วมกันเป็นเรื่องง่าย
โปร่งใส
และสบายใจทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่า
เพราะทุกอย่างถูกอธิบายไว้ล่วงหน้าอย่างตรงไปตรงมา
0.2 ข้อดีของผู้เช่าเมื่อสัญญาชัดเจนและละเอียด
สัญญาที่ละเอียดไม่ได้มีไว้เพื่อควบคุมผู้เช่า
แต่มีข้อดีหลายอย่างที่ช่วยให้ผู้เช่าอยู่บ้านได้อย่างสบายใจ เช่น
รู้ทุกเงื่อนไขตั้งแต่วันแรก
ไม่ต้องกลัวว่าจะมีอะไรโผล่มาทีหลัง
ทุกอย่างเขียนไว้ชัดเจนแล้ว
ลดความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด
ผู้เช่าจะรู้ล่วงหน้าว่าอะไรเป็นความรับผิดชอบของใคร
ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเรียกเก็บแบบไม่เป็นธรรม
ป้องกันความเข้าใจผิดระหว่างอยู่บ้าน
เพราะทุกอย่างถูกอธิบายไว้แล้ว
ไม่ต้องมานั่งถกเถียงว่า “ตอนแรกไม่ได้บอก”
ช่วยให้ผู้เช่าอยู่ได้อย่างสบายใจ
เพราะรู้ว่าผู้ให้เช่าไม่ได้คิดเงื่อนไขเพิ่มเองภายหลัง
ทุกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้น
ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เช่า–ผู้ให้เช่าดีขึ้น
เพราะไม่มีเรื่องคาใจ
ไม่มีช่องว่างให้ตีความผิด
และทุกอย่างเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
ช่วยให้ผู้เช่ารู้วิธีดูแลบ้านอย่างถูกต้อง
ลดโอกาสเกิดความเสียหาย
ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
และทำให้บ้านอยู่ในสภาพดีตลอดสัญญา
0.3 ทำไมต้องเขียนละเอียดกว่าสัญญาทั่วไป
สัญญาเช่าบ้านทั่วไปมักเขียนสั้น
แต่สั้นเกินไปจนเกิดปัญหาตอนย้ายออก
เช่น
ไม่รู้ว่าต้องซ่อมอะไร
ไม่รู้ว่าอะไรถือว่า “สภาพเดิม”
หรือไม่รู้ว่าความเสียหายแบบไหนต้องรับผิดชอบ
สัญญาฉบับนี้จึงเขียนให้ละเอียด
เพื่อให้ผู้เช่ารู้ทุกอย่างตั้งแต่วันแรก
และเพื่อให้การอยู่ร่วมกันเป็นเรื่องง่ายที่สุด
ไม่ใช่เพื่อทำให้การเช่ายุ่งยาก
แต่เพื่อให้ทุกอย่างชัดเจนและแฟร์ที่สุดสำหรับทุกฝ่าย
1 สภาพบ้านก่อนเข้าอยู่
..
“ผู้เช่ายอมรับสภาพบ้านตามวันที่ตรวจรับ”
ข้อกฎหมาย
ผู้เช่าได้ตรวจสอบบ้านแล้ว
และยอมรับสภาพบ้านตามที่เห็นในวันตรวจรับ
เครื่องใช้ไฟฟ้าและของใช้ทั้งหมดให้ตามสภาพ ณ วันที่ตรวจรับ
หากผู้เช่าทำทรัพย์สินเสียหาย สูญหาย หรือใช้งานผิดวิธี
ผู้เช่าต้องชำระค่าเสียหายตามราคาตลาดในวันที่ประเมิน
และต้องชำระทันทีเมื่อมีการแจ้งค่าเสียหาย
ไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากเงินประกันได้
เงินประกันจะถูกใช้เฉพาะในวันที่สิ้นสุดสัญญาเท่านั้น
ผู้เช่าต้องแจ้งความเสียหายที่พบภายใน 24 ชั่วโมงหลังย้ายเข้า
หากไม่แจ้ง ถือว่าสภาพบ้านสมบูรณ์ตามวันที่ตรวจรับ
คำอธิบาย
ส่วนนี้ช่วยป้องกันปัญหาที่พบบ่อย เช่น
ผู้เช่ามาแจ้งความเสียหายหลังอยู่ไปแล้วหลายเดือน
การกำหนดเวลาแจ้งชัดเจนทำให้ทุกอย่างโปร่งใสและยุติธรรมทั้งสองฝ่าย
และก่อนเริ่มสัญญา
ผู้เช่าเดินตรวจบ้าน
ดูทุกห้อง
ทุกมุม
ทุกผนัง
ทุกเครื่องใช้
สภาพที่เห็นในวันนั้น
คือสภาพที่ผู้เช่ายอมรับ
ของทุกชิ้นให้ตามสภาพ
ไม่ใช่ของใหม่
ไม่รับประกัน
และไม่รวมบริการซ่อม
หากผู้เช่าใช้ผิด
ทำตก
ทำพัง
ทำหาย
หรือทำให้เสื่อมเร็วกว่าปกติ
ผู้เช่าต้องรับผิดชอบทันที
ตามราคาตลาดจริงในวันที่ประเมิน
ประโยค “ไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายจากเงินประกันได้”
ทำให้ทุกอย่างชัดเจน
ค่าเสียหาย = ผู้เช่าต้องจ่ายทันที
เงินประกัน = ใช้เฉพาะวันตรวจบ้านตอนจบสัญญา
ส่วนนี้ช่วยป้องกันปัญหาที่พบบ่อย
เช่นผู้เช่าบอกว่า “หักจากเงินประกันไปเลย”
หรือไม่ยอมจ่ายเพิ่มเมื่อความเสียหายเกินเงินประกัน
1.1 ความเข้าใจเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้าน
หลายคนอาจไม่เคยมีประสบการณ์ดูแลบ้านทั้งหลัง
จึงอาจไม่ทราบว่า
ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านจริง ๆ
มักสูงกว่าที่เราคิดไว้มาก
งานที่ดูเหมือนเล็ก เช่น
ทาสีใหม่
แก้ผนังชื้น
หรือซ่อมระบบไฟฟ้า
มักต้องใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน
และต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญ
โดยเฉพาะในเขตเมืองที่ค่าแรงและค่าวัสดุค่อนข้างสูง
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้
บางครั้งสูงกว่าค่าเช่าหนึ่งเดือน
หรือมากกว่าเงินประกันทั้งก้อน
จึงเป็นเหตุผลที่ต้องดูแลบ้านอย่างระมัดระวัง
เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
และเพื่อให้บ้านอยู่ในสภาพดีตลอดระยะเวลาเช่า
1.2 เหตุผลที่ต้องชำระค่าเสียหายตามราคาตลาดจริง
ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้าน
ไม่สามารถประเมินจากค่าเช่าหรือเงินประกันได้
เพราะต้นทุนจริงขึ้นอยู่กับ
ราคาวัสดุ
ค่าแรงช่าง
และความซับซ้อนของงานซ่อมในแต่ละกรณี
ดังนั้นหากเกิดความเสียหายจากการใช้งานผิดวิธี
ผู้เช่าต้องชำระค่าเสียหายตามราคาตลาดจริงในวันที่ประเมิน
เพื่อให้บ้านกลับมาอยู่ในสภาพปลอดภัยและได้มาตรฐานเดิม
1.3 ความชัดเจนเรื่องเงินประกัน
เงินประกันถูกใช้เฉพาะในวันที่สิ้นสุดสัญญาเท่านั้น
ไม่สามารถนำมาใช้หักค่าเสียหายระหว่างสัญญาได้
ส่วนนี้ช่วยป้องกันปัญหาที่พบบ่อย เช่น
ผู้เช่าขอให้ “หักจากเงินประกันไปเลย”
หรือไม่ยอมชำระเพิ่มเมื่อความเสียหายเกินวงเงินประกัน
2 ระยะเวลาเช่าและค่าเช่า
..
“สัญญา 2 ปี พร้อมรูปแบบการชำระที่ชัดเจน อ่อนโยน และเป็นธรรม”
ผู้เช่าต้องเก็บสลิปการโอนเงินทุกเดือน
หากไม่มีหลักฐานการชำระ ถือว่ายังไม่ชำระค่าเช่า
คำอธิบาย
เพื่อป้องกันความผิดพลาด เช่น โอนผิดบัญชี หรือหาเอกสารไม่เจอ
การเก็บสลิปช่วยให้การตรวจสอบเป็นระบบและสบายใจทั้งสองฝ่าย
2.1 ระยะเวลาเช่า
ผู้เช่าและผู้ให้เช่าตกลงทำสัญญาเช่าเป็นระยะเวลา 2 ปีเต็ม
โดยสัญญาเริ่มต้นในวันที่ 1 มิถุนายน 2569
และสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดตามสัญญา
หรือเมื่อมีการยกเลิกตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
คำอธิบาย
สัญญา 2 ปีช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมีความมั่นคง
ผู้เช่าไม่ต้องย้ายบ้านบ่อย
ผู้ให้เช่าไม่ต้องหาผู้เช่ารายใหม่
และทำให้การวางแผนการเงินเป็นเรื่องง่ายและสบายใจขึ้นมาก
2.2 ค่าเช่าแบบแบ่ง 2 ช่วง
เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม
ค่าเช่าถูกกำหนดเป็น 2 ช่วง ดังนี้
2.2.1 ช่วงที่ 1 — ปีแรกของสัญญา
ค่าเช่า 15,000 บาทต่อเดือน
นับตั้งแต่วันเริ่มสัญญา จนครบ 12 เดือนแรก
คำอธิบาย
ปีแรกกำหนดค่าเช่าที่เบากว่า
เพื่อช่วยผู้เช่าเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านหลังนี้
ลดภาระช่วงย้ายบ้าน
และเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เช่า–ผู้ให้เช่า
2.2.2 ช่วงที่ 2 — หลังครบปีแรก
ค่าเช่า 17,000 บาทต่อเดือน โดยอัตโนมัติ
นับตั้งแต่เดือนที่ 13 เป็นต้นไป
และใช้ต่อเนื่องจนกว่าสัญญาจะสิ้นสุด
หรือมีการยกเลิกสัญญาโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
คำอธิบาย
การปรับขึ้นอัตโนมัติทำให้ทุกอย่างชัดเจนตั้งแต่วันแรก
ไม่ต้องต่อรองใหม่ทุกปี
ลดความสับสน
และช่วยให้ทั้งสองฝ่ายวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างสบายใจ
2.3 วิธีการชำระค่าเช่า
ผู้เช่าต้องชำระค่าเช่าระหว่างวันที่ 1–6 ของทุกเดือน
โดยโอนเข้าบัญชีดังต่อไปนี้
ธนาคารกสิกรไทย
เลขบัญชี 7772305073
ชื่อบัญชี ประกาศิต บริสุทธิ์ซึ้งใจ
ผู้เช่าต้องส่งสลิปยืนยันการชำระทุกเดือน
เพื่อให้การตรวจสอบเป็นระบบ
และป้องกันความผิดพลาดในการบันทึกยอด
คำอธิบาย
การกำหนดช่วงวันที่ 1–6
ทำให้การชำระเป็นระเบียบ
ไม่เกิดความคลาดเคลื่อน
และช่วยให้ผู้ให้เช่าจัดการภาระทางการเงินของตนเองได้ตรงรอบเวลา
2.4 ค่าปรับกรณีชำระล่าช้า
หากผู้เช่าชำระค่าเช่าหลังวันที่ 6
จะมี ค่าปรับล่าช้า 100 บาทต่อวัน
และผู้เช่าต้องชำระค่าปรับพร้อมค่าเช่าในเดือนถัดไป
คำอธิบาย
ค่าปรับล่าช้าในอัตรา 100 บาทต่อวัน
ถูกกำหนดขึ้นในระดับที่ “เบาและเป็นมิตรที่สุด”
เพื่อไม่ให้ผู้เช่ารู้สึกกดดัน
แต่ยังช่วยให้การชำระเป็นระบบ
และไม่เกิดความล่าช้าต่อเนื่อง
การชำระค่าเช่าตรงเวลา
มีความสำคัญต่อผู้ให้เช่า
เพราะผู้ให้เช่าเองก็มีภาระค่าใช้จ่ายประจำ
เช่น ค่างวดบ้าน หรือค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระตามรอบเวลา
ค่าปรับนี้จึงเป็นเพียงมาตรการเล็ก ๆ
เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นและสบายใจทั้งสองฝ่าย
ค่าปรับนี้ไม่ใช่การลงโทษ
แต่เป็นการช่วยกันรักษาระเบียบ
เพื่อให้ทุกอย่างเป็นธรรมและเป็นระบบที่สุด
2.5 การเลื่อนชำระในกรณีจำเป็น
หากผู้เช่ามีเหตุจำเป็นจริง
สามารถแจ้งผู้ให้เช่าล่วงหน้า
เพื่อขอเลื่อนการชำระได้ 1 ครั้งต่อปี
โดยไม่คิดค่าปรับ
คำอธิบาย
ส่วนนี้ทำให้สัญญามีความยืดหยุ่น
รองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน
และช่วยให้ผู้เช่ารู้สึกอุ่นใจ
แต่ยังคงรักษาระเบียบการชำระโดยรวม
ไม่เปิดช่องให้เลื่อนบ่อยเกินไป
2.6 ค่าเช่าไม่รวมค่าส่วนกลาง
ค่าเช่า ไม่รวมค่าส่วนกลางของหมู่บ้าน
ผู้เช่าต้องชำระค่าส่วนกลาง ทุกเดือนโดยไม่มีเว้น
และต้องชำระ ผ่านผู้ให้เช่าโดยตรง
ตามยอดที่นิติบุคคลหมู่บ้านกำหนดในแต่ละปี
คำอธิบาย
ค่าส่วนกลางคือค่าใช้จ่ายที่ใช้ดูแลพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน เช่น
- รปภ. และระบบรักษาความปลอดภัย
- ไฟถนนและไฟส่องสว่าง
- สวนส่วนกลางและงานดูแลภูมิทัศน์
- คลับเฮาส์และพื้นที่ใช้งานร่วม
- ระบบเข้า–ออกหมู่บ้าน
- การดูแลถนนภายใน
- บริการเก็บขยะของหมู่บ้าน
- สนามเด็กเล่นและพื้นที่กิจกรรม
- กล้องวงจรปิด (CCTV)
ค่าส่วนกลางเก็บทุกเดือน
เพราะเป็นค่าใช้จ่ายประจำของหมู่บ้าน
และบางปีอาจมีการปรับเพิ่มหรือลด
ตามมติการประชุมหมู่บ้าน
การให้ผู้เช่าชำระผ่านผู้ให้เช่า
ช่วยให้ยอดที่ชำระตรงกับยอดที่หมู่บ้านเรียกเก็บจริง
ลดความสับสน
และป้องกันปัญหาการชำระไม่ตรงตามใบแจ้งหนี้
3 ค่าน้ำค่าไฟ
..
“ผู้เช่าชำระตามการใช้งานจริง”
ข้อกฎหมาย
ค่าเช่าไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ
ผู้เช่าต้องชำระโดยตรงกับการไฟฟ้าและการประปา
หากผู้เช่าชำระล่าช้า
หน่วยงานอาจตัดบริการ
ค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมต่างๆ
เป็นความรับผิดชอบของผู้เช่า
ผู้ให้เช่าไม่รับผิดชอบต่อความล่าช้า
หรือค่าใช้จ่ายในการขอเปิดบริการใหม่
หากมิเตอร์น้ำหรือไฟฟ้ามีความผิดปกติ
ผู้เช่าต้องแจ้งหน่วยงานรัฐโดยตรง
ผู้ให้เช่าไม่รับผิดชอบค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมเปิดบริการใหม่
หากผู้เช่าชำระล่าช้า
คำอธิบาย
เพื่อให้บทบาทชัดเจน
เพราะหน่วยงานรัฐจะติดต่อกับ “ผู้ใช้งาน” ไม่ใช่เจ้าของบ้าน
และบ้านเช่าส่วนบุคคลในไทย
ผู้เช่าต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟเอง
เพราะการใช้งานแตกต่างกัน
หากไม่จ่ายตรงเวลา
หน่วยงานจะระงับบริการ
และค่าปรับทั้งหมด
เป็นของผู้เช่า
ผู้ให้เช่าไม่สามารถเร่งกระบวนการได้
เพราะเป็นเรื่องของหน่วยงานรัฐ
ส่วนนี้ทำให้ทุกอย่างโปร่งใส
และผู้เช่าจ่ายตามการใช้งานจริง
4 วัตถุประสงค์การใช้บ้าน
..
“บ้านหลังนี้ให้ใช้เพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น”
4.1 การใช้บ้านเพื่ออยู่อาศัย
บ้านหลังนี้ให้ใช้เพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น
ไม่อนุญาตให้ใช้เพื่อการค้า
ไม่อนุญาตให้เปิดร้าน
ไม่อนุญาตให้ติดป้ายโฆษณา
และไม่อนุญาตให้ใช้บ้านเพื่อวัตถุประสงค์อื่น
โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่า
หากผู้เช่าต้องการจดทะเบียนธุรกิจที่บ้าน
ผู้เช่าต้องรับผิดชอบภาษีและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
คำอธิบาย
บ้านหลังนี้ออกแบบมาเพื่อการอยู่อาศัย
การใช้บ้านผิดวัตถุประสงค์อาจทำให้เกิดปัญหากับเพื่อนบ้าน
นิติบุคคลหมู่บ้าน
หรือทำให้บ้านสึกหรอเร็วกว่าปกติ
ส่วนนี้จึงเขียนเพื่อให้ทุกอย่างเป็นระเบียบและสบายใจสำหรับทุกฝ่าย
4.2 การรักษาความสงบของหมู่บ้าน
เพื่อให้ทุกคนในหมู่บ้านอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจ
ผู้เช่าต้องรักษาระดับเสียงให้อยู่ในความเหมาะสม
โดยเฉพาะช่วงเวลา 22.00–07.00 น.
ห้ามเปิดเพลงเสียงดัง
ห้ามจัดปาร์ตี้
ห้ามทำกิจกรรมที่ส่งเสียงรบกวน
หรือทำให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่เพื่อนบ้าน
คำอธิบาย
หมู่บ้านเป็นพื้นที่ที่ทุกคนต้องใช้ร่วมกัน
เสียงดังในเวลากลางคืนอาจทำให้เพื่อนบ้านพักผ่อนไม่ได้
ส่วนนี้จึงเขียนเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสงบและเป็นมิตร
4.3 การสูบบุหรี่ (บ้านปลอดบุหรี่ 100%)
เพื่อความสะอาด ความปลอดภัย และความเป็นระเบียบ
ผู้เช่าต้องไม่สูบบุหรี่ในทุกพื้นที่ของบ้าน
รวมถึง
– ภายในบ้าน
– หน้าบ้าน
– ระเบียง
– ลานซักล้าง
– พื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน
ห้ามทิ้งก้นบุหรี่ในพื้นที่ใด ๆ
เพราะอาจทำให้เกิดกลิ่น ความสกปรก
หรือเป็นเหตุให้เพื่อนบ้านร้องเรียน
คำอธิบาย
บ้านหลังนี้ต้องการความสะอาดและความสงบ
การกำหนดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ 100%
ช่วยให้บ้านอยู่ในสภาพดี
และลดปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
4.4 เหตุผลที่ต้องกำหนดชัดเจน
ผู้เช่าเดิมเคยมีปัญหาเรื่อง
– เปิดเพลงเสียงดัง
– ปาร์ตี้ตอนกลางคืน
– สูบบุหรี่หน้าบ้าน
– ทำให้เพื่อนบ้านร้องเรียน
เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นอีก
จึงมีการเขียนข้อกำหนดนี้ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
เพื่อให้ผู้เช่าคนใหม่อยู่ได้อย่างสบายใจ
และเพื่อให้การอยู่ร่วมกันในหมู่บ้านเป็นเรื่องง่ายที่สุด
4.5 การเลี้ยงสัตว์ (ห้ามเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด)
เพื่อรักษาความสะอาด ความปลอดภัย และสภาพบ้าน
ผู้เช่าต้องไม่เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดในบ้าน
รวมถึงสัตว์ที่อาจทำให้เกิดกลิ่น ขน เสียง
หรือความเสียหายต่อบ้าน
ห้ามนำสัตว์เข้ามาในบ้านชั่วคราว
ห้ามฝากเลี้ยง
และห้ามให้บุคคลอื่นนำสัตว์มาเยี่ยมบ้าน
คำอธิบาย
สัตว์เลี้ยงอาจทำให้เกิดรอยขีดข่วน
กลิ่นสะสม
หรือความเสียหายที่ต้องซ่อมแซมด้วยค่าใช้จ่ายสูง
ส่วนนี้จึงเขียนเพื่อป้องกันปัญหาและรักษาบ้านให้อยู่ในสภาพดี
4.6 การใช้บ้านอย่างเหมาะสม
เพื่อให้บ้านอยู่ในสภาพดีและปลอดภัย
ผู้เช่าต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดต่อไปนี้
4.6.1 การใช้ไฟฟ้า
ผู้เช่าต้องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับกำลังไฟของบ้าน
ห้ามใช้เครื่องกำลังสูงผิดปกติ
เช่น เตาอบใหญ่ เตาไฟฟ้าแรงสูง เครื่องอบผ้า
หากเกิดความเสียหายจากการใช้งานผิดวิธี
ผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าซ่อมตามราคาตลาดจริง
4.6.2 การติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม
ผู้เช่าต้องไม่ติดตั้งอุปกรณ์ที่ต้องเจาะผนัง
เดินสายไฟเพิ่ม
หรือเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า
โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่า
4.6.3 การทิ้งขยะ
ผู้เช่าต้องทิ้งขยะตามวัน–เวลาที่หมู่บ้านกำหนด
ห้ามวางขยะหน้าบ้านค้างคืน
และต้องแยกขยะตามประเภทที่หมู่บ้านกำหนด
4.6.4 การใช้เครื่องซักผ้า
ผู้เช่าต้องไม่ซักพรม ผ้าหนา หรือของหนัก
เพราะอาจทำให้เครื่องเสียหาย
4.6.5 การตากผ้า
ผู้เช่าต้องไม่ตากผ้าในพื้นที่ที่มองเห็นจากถนนหรือส่วนกลาง
เพื่อความเป็นระเบียบของหมู่บ้าน
4.7 ผู้พักอาศัยเพิ่มเติม
ผู้เช่าต้องแจ้งผู้ให้เช่าหากมีบุคคลอื่นเข้ามาอยู่อาศัย
ห้ามให้บุคคลอื่นพักอาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต
คำอธิบาย
จำนวนผู้อยู่อาศัยมีผลต่อสภาพบ้าน
ระบบน้ำ–ไฟ
และความสงบของหมู่บ้าน
ส่วนนี้จึงเขียนเพื่อให้ทุกอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส
4.8 การป้องกันความชื้นและเชื้อรา
ผู้เช่าต้องเปิดหน้าต่างหรือเครื่องดูดควันเมื่อทำอาหาร
และต้องดูแลการระบายอากาศภายในบ้าน
หากเกิดความชื้นสะสมจนทำให้ผนังหรือเฟอร์นิเจอร์เสียหาย
ผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซม
คำอธิบาย
ความชื้นเป็นสาเหตุหลักของเชื้อรา
ซึ่งแก้ไขยากและมีค่าใช้จ่ายสูง
ส่วนนี้ช่วยให้บ้านอยู่ในสภาพดีและปลอดภัยต่อสุขภาพ
4.9 การเปลี่ยนกุญแจ
ผู้เช่าต้องไม่เปลี่ยนกุญแจโดยไม่ได้รับอนุญาต
หากต้องการเปลี่ยน
ต้องให้ผู้ให้เช่ารับทราบและเก็บกุญแจสำรอง
4.10 การเก็บของจำนวนมาก
ผู้เช่าต้องไม่เก็บของจำนวนมากผิดปกติ
จนทำให้บ้านเสียหายจากน้ำหนักหรือความชื้น
4.11 การห้ามทำกิจกรรมผิดกฎหมาย
ผู้เช่าต้องไม่ใช้บ้านเพื่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมายทุกชนิด
หากพบการกระทำผิด
ผู้ให้เช่าสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันทีตามกฎหมาย
4.12 การดัดแปลงระบบน้ำ–ไฟ–ท่อ
ผู้เช่าต้องไม่ดัดแปลงระบบน้ำ ระบบไฟ หรือท่อระบายน้ำ
หากต้องการซ่อมแซม
ต้องใช้ช่างที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
4.13 การร้องเรียนจากหมู่บ้าน
หากมีการร้องเรียนจากหมู่บ้านเกิน 1 ครั้ง
ผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าปรับทั้งหมด
และหากมีการร้องเรียนซ้ำ
ผู้ให้เช่าสามารถบอกเลิกสัญญาได้ตามกฎหมาย
5 ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
..
“ผู้เช่ารับผิดชอบภาษีตลอดระยะเวลาเช่า”
ข้อกฎหมาย
ผู้เช่าตกลงชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ตามที่หน่วยงานรัฐประเมิน
ตลอดระยะเวลาการเช่า
หากรัฐมีการประเมินภาษีใหม่
ผู้เช่าต้องชำระตามยอดที่รัฐกำหนดในปีนั้น
ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิปรับเพิ่มเอง
คำอธิบาย
เพื่อความโปร่งใส
และเพื่อให้ผู้เช่ามั่นใจว่าไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายเกินจริง
บ้านเช่าส่วนบุคคลในไทย
มักให้ผู้เช่ารับผิดชอบภาษี
เพราะค่าเช่าถูกลง
และเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
ส่วนนี้ทำให้ทุกอย่างชัดเจน
ไม่มีการโต้แย้งภายหลัง
6 การดัดแปลงบ้าน
ห้ามเจาะ ห้ามรื้อ ห้ามเปลี่ยนโครงสร้าง เพื่อให้บ้านสวย ปลอดภัย และอยู่สบายที่สุด
6.1 ข้อกฎหมายและข้อห้ามเกี่ยวกับโครงสร้าง
ผู้เช่าตกลงว่าจะ ไม่ดัดแปลงบ้านในทุกลักษณะ
เพื่อให้บ้านคงสภาพเดิมที่สวยงาม ปลอดภัย และถูกต้องตามกฎหมาย
โดยข้อห้ามรวมถึง
- ห้ามเจาะผนัง
- ห้ามเจาะพื้น
- ห้ามรื้อบิวท์อิน
- ห้ามเปลี่ยนกุญแจ
- ห้ามทำกันสาด
- ห้ามต่อเติมหลังคา
- ห้ามทำโครงสร้างใหม่
- ห้ามกั้นห้อง
- ห้ามติดตั้งสิ่งปลูกสร้างถาวรทุกชนิด
- ห้ามต่อเติมใด ๆ ที่ยื่นออกนอกแนวอาคาร
หากผู้เช่าติดตั้งสิ่งใดเพิ่ม
สิ่งนั้นจะกลายเป็นทรัพย์สินของผู้ให้เช่าโดยอัตโนมัติ
โดยไม่มีค่าชดเชย
หากผู้ให้เช่าขอให้รื้อถอน
ผู้เช่าต้องรื้อและซ่อมแซมให้เหมือนเดิม
โดยออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
หากผู้เช่าดัดแปลงบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผู้เช่าต้องคืนสภาพให้เหมือนเดิม
หากคืนสภาพไม่ได้
ผู้เช่าต้องชำระค่าซ่อมตามราคาตลาดจริง
คำอธิบาย
เพื่อป้องกันปัญหาที่พบบ่อย
เช่น ติดชั้น เจาะผนัง ติดทีวี
แล้วคืนบ้านแบบมีรอยเสียหาย
6.2 เหตุผลด้านความปลอดภัยภายในผนัง
การเจาะผนังหรือพื้นบ้าน
อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบสำคัญภายใน เช่น
- ท่อน้ำในผนังแตก
- ระบบไฟฟ้าในผนังเสียหาย
- น้ำรั่ว
- ไฟช็อต
- ไฟลัดวงจร
- ผนังชื้นและเกิดเชื้อรา
ปัญหาเหล่านี้มักซ่อมยาก
และอาจลุกลามเป็นความเสียหายใหญ่
ทำให้ผู้เช่าเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย และเสียความสบายใจ
การไม่เจาะผนังคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
6.3 เหตุผลด้านโครงสร้างและดินทรุด
พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
มีการทรุดตัวของดินทุกปี
แม้จะตอกเสาเข็มหรือทำโครงสร้างแข็งแรงแค่ไหน
สิ่งที่ต่อเติมติดกับตัวบ้าน
จะเริ่มมีปัญหาในเวลาไม่นาน เช่น
- โครงสร้างแยกออกจากตัวบ้าน
- แนวหลังคาเปิด ทำให้น้ำฝนรั่ว
- รอยต่อผนังแตกร้าว
- โครงเหล็กเอียงเพราะดินทรุด
- ต้องซ่อม เรื่อย ๆ
- ค่าใช้จ่ายสูงกว่าประโยชน์
- หากน้ำรั่วเข้าผนัง จะกลายเป็นปัญหาใหญ่และซ่อมยากมาก
เพื่อความปลอดภัยของบ้านและผู้เช่า
จึง ห้ามต่อเติมทุกชนิด
6.4 เรื่องความสวยงามและระยะร่นอาคาร
บ้านหลังนี้ถูกสร้างตาม ระยะร่นอาคารที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ซึ่งช่วยให้
- บ้านปลอดภัยตามมาตรฐานวิศวกรรม
- ไม่รุกล้ำพื้นที่เพื่อนบ้าน
- บ้านดูโปร่ง โล่ง สบาย
- ลมเดินดี
- แสงธรรมชาติเข้าสวยแบบรีสอร์ต
- ภาพรวมของหมู่บ้านดูเป็นระเบียบและสวยงาม
การต่อเติมใด ๆ ที่ยื่นออกไป
อาจทำให้บ้านเสียสมดุล
บดบังทิศทางลม
ทำให้บ้านดูอึดอัด
และอาจผิดกฎหมายผังเมืองหรือระยะร่นอาคารได้
การรักษาระยะร่นเดิม คือการรักษาความสวยงามของบ้านทั้งหลัง
6.5 เหตุผลด้านสภาพอากาศเมืองไทย
ประเทศไทยมีลักษณะอากาศแบบ
ร้อน – ชื้น – ฝนตกบ่อย
ซึ่งมีผลโดยตรงต่อบ้าน เช่น
- ความชื้นสะสมง่าย
- ผนังต้องการการระบายอากาศ
- บ้านต้อง “หายใจได้”
- ถ้าปิดทึบหรือทำโครงสร้างเพิ่ม บ้านจะอับเร็ว
- ความชื้นจะออกช้า ทำให้เกิดกลิ่นอับและเชื้อรา
- โครงสร้างที่ต่อเติมจะเสื่อมเร็วเพราะแดดแรงและฝนหนัก
การปล่อยให้บ้านโล่ง โปร่ง และไม่ถูกปิดทึบ
ช่วยให้
- ความชื้นออกจากบ้านได้เร็ว
- บ้านไม่อับ
- ผนังไม่ชื้น
- เฟอร์นิเจอร์ไม่ขึ้นรา
- บ้านเย็นขึ้นตามธรรมชาติ
- อยู่สบายกว่าแบบไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศหนัก
บ้านที่หายใจได้ = บ้านที่อยู่สบายที่สุดในเมืองไทย
6.6 คำแนะนำเรื่องการทำร่มเงา
แทนการต่อเติมหรือทำโครงสร้างหนัก ๆ
ผู้ให้เช่าแนะนำให้ใช้
- ร่มสนาม
- ร่ม outdoor
- โต๊ะเล็ก ๆ
- ชุดเก้าอี้แบบพับได้
ข้อดีคือ
- ให้ร่มเงาได้ดี
- เคลื่อนย้ายง่าย
- ไม่เสียหายเมื่อดินทรุด
- ไม่ต้องซ่อม
- ใช้ชีวิต outdoor ได้สบาย
- เหมาะกับกาแฟตอนเช้า
- เหมาะกับบาร์บีคิวเบา ๆ
- ไม่สร้างปัญหาระยะยาว
- ไม่ทำให้บ้านเสียรูปทรงหรือความสวยงาม
- ไม่ปิดทึบจนบ้านอับ
นี่คือวิธีที่ สวยที่สุด ปลอดภัยที่สุด และเข้ากับสไตล์บ้านแบบรีสอร์ตที่สุด
6.7 ตกแต่งได้ แต่แบบเบา ๆ
ผู้เช่าสามารถตกแต่งบ้านได้ในระดับที่ไม่กระทบโครงสร้าง เช่น
- วางเฟอร์นิเจอร์
- ใช้ของตกแต่ง
- ใช้ตะขอแบบกาว
- ติดม่านแบบไม่เจาะผนัง
- จัดสวนกระถาง
การตกแต่งแบบเบา ๆ
ช่วยให้บ้านยังคงความสวยเดิม
และไม่เกิดความเสียหายที่ต้องซ่อมแซม
6.8 ผลกระทบระยะยาวจากการดัดแปลงบ้าน
การดัดแปลงบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการเจาะผนัง ต่อเติมหลังคา ทำกันสาด
หรือสร้างโครงสร้างเพิ่มเติมใด ๆ
ล้วนสามารถทำให้เกิด ความเสียหายระยะยาว
ทั้งต่อโครงสร้างบ้าน ระบบน้ำ ระบบไฟ และผนังภายใน
เมื่อเกิดความเสียหาย
บ้านจะมี ค่าใช้จ่ายซ่อมสูง
และอาจต้องซ่อมซ้ำหลายครั้ง
เพราะปัญหาที่เกิดจากการต่อเติมมักลุกลาม
และแก้ไขได้ยากกว่าที่คิด
ส่วนนี้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อ
- ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
- ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้เช่า
- รักษาความปลอดภัยของบ้าน
- ทำให้บ้านคงสภาพดี
- และพร้อมสำหรับผู้เช่าคนต่อไป
การไม่ต่อเติม คือวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาบ้านให้สวย แข็งแรง และอยู่สบายที่สุด
6.9 การคืนสภาพเมื่อสิ้นสุดสัญญา
หากมีการตกแต่งเล็กน้อยตามที่อนุญาต
ผู้เช่าต้องคืนสภาพบ้านให้เหมือนเดิม
หรืออยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตามปกติ
โดยต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้าง
ผนัง พื้น บิวท์อิน หรือระบบภายในบ้าน
การคืนสภาพบ้านให้เรียบร้อย
ช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ทำให้บ้านไม่สะสมความเสียหาย
และช่วยให้บ้านยังคงความสวยงาม
สะอาด
และพร้อมสำหรับผู้เช่าคนต่อไป
การดูแลบ้านให้เหมือนเดิม
คือการช่วยรักษาคุณภาพของบ้านทั้งหลัง
ทำให้บ้านอยู่ได้นาน
ไม่ต้องซ่อมบ่อย
และยังคงความรู้สึก “รีสอร์ต” ที่โปร่ง โล่ง สบาย
เหมือนวันแรกที่เข้าพัก
7 การดูแลรักษา
..
“ผู้เช่าต้องดูแลบ้านทุกวัน”
ข้อกฎหมาย
ผู้เช่าต้องดูแลบ้านให้สะอาด
ต้องซ่อมแซมความเสียหายเล็กน้อยเอง
ต้องดูแลปั๊มน้ำ
แทงก์น้ำ
และพื้นที่รอบบ้าน
ต้องกำจัดปลวก มด หนู แมลง
ต้องคืนบ้านในสภาพสะอาด
รวมถึงล้างแอร์
ทำความสะอาดห้องน้ำ
และทิ้งขยะให้เรียบร้อย
คำอธิบาย
การดูแลบ้านทุกวัน
ช่วยป้องกันความเสียหายระยะยาว
และทำให้บ้านอยู่สบาย
ส่วนนี้ทำให้ทุกอย่างเป็นระบบ
และลดปัญหาตอนย้ายออก
8 การล้างแอร์
..
“ล้างทุก 6 เดือน เพื่อป้องกันความเสียหาย”
ข้อกฎหมาย
ผู้เช่าต้องล้างแอร์ทุก 6 เดือน
โดยออกค่าใช้จ่ายเอง
หากเกิดความเสียหายจากการไม่ล้าง
ผู้เช่าต้องรับผิดชอบทั้งหมด
คำอธิบาย
แอร์ในไทยต้องล้างสม่ำเสมอ
ไม่งั้นจะรั่ว
มีกลิ่น
หรือเสียหายหนัก
ส่วนนี้ทำให้แอร์อยู่ในสภาพดี
และลดค่าใช้จ่ายในอนาคต
9 ความเสียหายที่เกิดจากผู้เช่า
..
“ทำเสีย = จ่ายทันที”
ข้อกฎหมาย
หากผู้เช่าหรือแขกทำของเสียหาย
ผู้เช่าต้องชำระค่าเสียหายตามราคาตลาด
และต้องชำระทันที
ไม่สามารถหักจากเงินประกันได้
คำอธิบาย
ของเสีย = ผู้เช่าต้องจ่ายทันที
ไม่ใช่รอวันย้ายออก
ไม่ใช่หักจากเงินประกัน
ส่วนนี้ทำให้ทุกอย่างชัดเจน
และป้องกันปัญหาที่พบบ่อยที่สุด
10 ของต้องห้าม
..
“ห้ามของอันตราย ห้ามสูบบุหรี่ในบ้าน”
ข้อกฎหมาย
ห้ามนำวัตถุไวไฟ
สารเคมี
ของผิดกฎหมาย
หรือสิ่งที่รบกวนเพื่อนบ้านเข้าบ้าน
ห้ามสูบบุหรี่ในบ้าน
ผู้เช่าต้องมีถังดับเพลิงในบ้านอย่างน้อย 1 ถัง
คำอธิบาย
เพื่อความปลอดภัย
เพื่อป้องกันไฟไหม้
เพื่อป้องกันปัญหากับเพื่อนบ้าน
ส่วนนี้จำเป็นมาก
11 ความเสียหายหรือการสูญหาย
..
“ค่าเสียหาย = ผู้เช่าต้องจ่ายทันที
เงินประกัน = ใช้ตอนจบสัญญาเท่านั้น”
ข้อกฎหมาย
หากทรัพย์สินภายในบ้านเสียหาย
สูญหาย
หรือเสื่อมสภาพจากการใช้งานผิดวิธี
ผู้เช่าต้องชำระค่าเสียหายตามราคาตลาด
และต้องชำระทันทีเมื่อมีการแจ้งค่าเสียหาย
ไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากเงินประกันได้
เงินประกันจะถูกใช้เฉพาะในวันที่สิ้นสุดสัญญาเท่านั้น
เพื่อหักค่าเสียหายที่พบในวันตรวจบ้าน
และยอดค้างชำระช่วงท้ายสัญญา
คำอธิบาย
ราคาตลาด = ราคาจริงในวันที่ประเมิน
ไม่ใช่ราคาที่ผู้เช่าต่อรองเอง
การให้ผู้เช่าจ่ายทันที
ทำให้เงินประกันยังอยู่ครบ
และใช้ได้ในวันที่จำเป็นจริง ๆ
คือวันที่ตรวจบ้านตอนจบสัญญา
ส่วนนี้ทำให้สัญญาแข็งแรง
และป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยมากในไทย
12 การซ่อมแซมใหญ่
..
“ผู้เช่ารับผิดชอบการซ่อมแซมใหญ่ เว้นแต่เลือกยุติสัญญา”
ข้อกฎหมาย
ผู้เช่ารับผิดชอบการซ่อมแซมใหญ่ทั้งหมด
ที่จำเป็นต่อความปลอดภัย
ความแข็งแรง
และการใช้งานของบ้าน
หากการซ่อมแซมมีค่าใช้จ่ายสูง
ผู้เช่าสามารถเลือกยุติสัญญาได้
แต่ไม่สามารถเรียกร้องค่าชดเชยใดๆ
ผู้ให้เช่าไม่รับผิดชอบต่อความล่าช้า
ค่าใช้จ่าย
หรือความไม่สะดวก
ที่เกิดจากการซ่อมแซมดังกล่าว
คำอธิบาย
ค่าเช่าที่ถูกลง
แลกกับความรับผิดชอบที่มากขึ้น
นี่คือข้อตกลงที่แฟร์ทั้งสองฝ่าย
หากมีการซ่อมใหญ่
เช่นหลังคา
ระบบน้ำ
ระบบไฟ
หรือโครงสร้าง
ผู้เช่าต้องรับผิดชอบ
แต่ถ้าผู้เช่าไม่ต้องการซ่อม
สามารถเลือกยุติสัญญาได้
โดยไม่สามารถขอเงินชดเชย
เพราะผู้ให้เช่าไม่ได้เป็นผู้ก่อให้เกิดปัญหา
ส่วนนี้ทำให้ทุกอย่างชัดเจน
และลดข้อโต้แย้งในอนาคต
12.1 ปัญหาน้ำรั่ว ดินทรุด และสภาพพื้นที่กรุงเทพและพื้นที่รอบๆ รวมถึงปทุมธานี
..
“ปัญหาที่เกิดจากสภาพพื้นที่ ไม่ใช่ความผิดของผู้ให้เช่า”
ข้อกฎหมาย
เนื่องจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร
รวมถึงพื้นที่รอบๆ เช่น จังหวัดปทุมธานี
มีลักษณะดินอ่อน
และมีการทรุดตัวตามธรรมชาติทุกปี
รวมถึงมีความเสี่ยงต่อปัญหาน้ำรั่วซึม
น้ำขัง
พื้นทรุด
ผนังแตกร้าว
หรือความเสียหายที่เกิดจากสภาพพื้นที่โดยรวม
ผู้เช่าตกลงว่า
ปัญหาดังกล่าวถือเป็นเหตุปกติของพื้นที่
ไม่ใช่ความผิดของผู้ให้เช่า
และผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม
เพื่อให้บ้านสามารถใช้งานได้ตามปกติ
หากผู้เช่าไม่ประสงค์จะซ่อมแซม
ผู้เช่าสามารถเลือกยุติสัญญาได้
โดยไม่สามารถเรียกร้องค่าชดเชยใดๆ
และไม่สามารถเรียกคืนเงินประกันก่อนกำหนดได้
คำอธิบาย
พื้นที่กรุงเทพและปทุมธานี
เป็นพื้นที่ดินอ่อน
บ้านทุกหลังทรุด
บางหลังทรุดเร็ว
บางหลังทรุดช้า
แต่ทรุดแน่นอน
เมื่อดินทรุด
จะเกิด
พื้นแยก
พื้นเอียง
ผนังแตกร้าว
ประตูปิดไม่สนิท
น้ำรั่วตามรอยต่อ
ท่อเอียง
น้ำขังหน้าบ้าน
สิ่งเหล่านี้
ไม่ใช่ความผิดของเจ้าของบ้าน
และไม่ใช่ความผิดของผู้เช่า
แต่เป็น “ธรรมชาติของพื้นที่”
หมวดนี้ทำให้ผู้เช่าไม่สามารถอ้างว่า
บ้านทรุด = เจ้าของบ้านต้องซ่อม
น้ำรั่ว = เจ้าของบ้านต้องรับผิดชอบ
ทุกอย่างชัดเจน
แฟร์
และป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในกรุงเทพและปทุมธานี
—
12.2 ปัญหาน้ำรั่วจากฝนหนักในกรุงเทพและพื้นที่รอบๆ รวมถึงปทุมธานี
..
“ฝนตกหนักผิดปกติอาจทำให้เกิดน้ำรั่วได้ และไม่ถือเป็นความผิดของผู้ให้เช่า”
ข้อกฎหมาย
ผู้เช่ารับทราบว่า
ในช่วงฤดูฝนของกรุงเทพมหานคร
และพื้นที่รอบๆ รวมถึงจังหวัดปทุมธานี
อาจเกิดฝนตกหนักผิดปกติ
ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำรั่วซึมจากหลังคา
ผนัง
รอยต่ออาคาร
พื้นดินที่ทรุดตัว
หรือบริเวณที่มีการสะสมของน้ำฝน
ผู้เช่าตกลงว่า
ปัญหาน้ำรั่วจากฝนหนักดังกล่าว
ถือเป็นเหตุปกติของสภาพภูมิอากาศในพื้นที่
ไม่ใช่ความผิดของผู้ให้เช่า
และผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการแก้ไข
เพื่อให้บ้านกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
โดยไม่สามารถเรียกร้องค่าชดเชยใดๆ
จากผู้ให้เช่าได้
คำอธิบาย
ฝนในกรุงเทพและปทุมธานี
ตกแรงแบบไม่เกรงใจใคร
บางวันตกหนักจนบ้านใหม่ยังรั่ว
บ้านเก่ารั่วมากกว่า
และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกปี
น้ำรั่วจากฝนหนัก
ไม่ได้เกิดจากการดูแลบ้านไม่ดี
แต่เกิดจาก
ฝนแรง
ลมแรง
รอยต่ออาคารที่ขยับตามดินทรุด
หรือหลังคาที่รับแรงน้ำมากเกินไป
นี่คือธรรมชาติของพื้นที่
ไม่ใช่ความผิดของเจ้าของบ้าน
และไม่ใช่ความผิดของผู้เช่า
แต่เป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขตามสภาพจริง
หมวดนี้ทำให้ผู้เช่าไม่สามารถอ้างว่า
น้ำรั่ว = เจ้าของบ้านต้องซ่อม
เพราะในความจริง
น้ำรั่วจากฝนหนัก
เป็นเรื่องปกติของกรุงเทพและปทุมธานี
และเป็นความรับผิดชอบของผู้เช่าตามสัญญา
12.3 การติดต่อผู้ให้เช่า
..
“ผู้ให้เช่าไม่สามารถรับสายหรือตอบข้อความได้ตลอดเวลา”
ข้อกฎหมาย
ผู้เช่ารับทราบว่า
ผู้ให้เช่าอาจไม่สามารถรับสาย
ตอบข้อความ
หรือให้ความช่วยเหลือได้ทันที
เนื่องจากอาจติดภารกิจ
ไม่สะดวก
ไม่ว่าง
หรืออยู่ระหว่างการเดินทาง
ผู้ให้เช่ามีสิทธิ์ไม่ตอบข้อความหรือไม่รับสาย
หากเห็นว่าการสื่อสารของผู้เช่า
มีลักษณะไม่สุภาพ
กดดัน
ก้าวร้าว
หรือทำให้ผู้ให้เช่าเกิดความไม่สบายใจ
ไม่ปลอดภัย
หรือไม่พร้อมที่จะสื่อสารในขณะนั้น
ผู้เช่าตกลงว่า
การตอบกลับอาจมีความล่าช้าเป็นบางครั้ง
และไม่ถือเป็นการผิดสัญญา
หรือการละเลยหน้าที่ของผู้ให้เช่า
ผู้เช่าต้องรอการตอบกลับภายในเวลาที่เหมาะสม
ตามความสะดวกของผู้ให้เช่า
คำอธิบาย
ผู้ให้เช่าไม่ใช่เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
ไม่ใช่โรงแรม
และไม่สามารถตอบทันทีทุกเวลา
บางครั้ง
ผู้ให้เช่าอาจ
ทำงาน
ขับรถ
อยู่ต่างจังหวัด
ไปเที่ยว
หรืออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่พร้อมตอบ
และบางครั้ง
ข้อความของผู้เช่า
อาจทำให้ผู้ให้เช่ารู้สึกไม่สบายใจ
เช่น
น้ำเสียงไม่ดี
กดดัน
ตำหนิ
หรือใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม
ในกรณีแบบนี้
ผู้ให้เช่ามีสิทธิ์ “พักการตอบ”
เพื่อให้สถานการณ์สงบ
และเพื่อความปลอดภัยทางอารมณ์ของตนเอง
ส่วนนี้ทำให้ทุกอย่างชัดเจนว่า
การตอบช้า
หรือไม่ตอบทันที
ไม่ใช่การผิดสัญญา
แต่เป็นเรื่องปกติของการเช่าบ้านส่วนบุคคล
ที่ทั้งสองฝ่ายควรเคารพพื้นที่ของกันและกัน
13 การรบกวนเพื่อนบ้าน
..
“ห้ามทำกิจกรรมที่สร้างความเดือดร้อน”
ข้อกฎหมาย
ผู้เช่าต้องไม่ทำกิจกรรมที่รบกวนเพื่อนบ้าน
ต้องไม่สร้างเสียงดัง
ต้องไม่ทำให้เกิดอันตราย
และต้องไม่ทำผิดกฎหมายใดๆ
คำอธิบาย
บ้านอยู่ในชุมชน
ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวแบบโดดเดี่ยว
การเคารพเพื่อนบ้าน
ทำให้ทุกอย่างสงบ
และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับนิติบุคคลหมู่บ้าน
14 การให้ผู้อื่นอยู่อาศัยแทน
..
“ห้ามปล่อยเช่าช่วง ห้ามให้คนอื่นเข้ามาอยู่เพิ่ม”
ข้อกฎหมาย
ผู้เช่าห้ามปล่อยเช่าช่วง
ห้ามให้บุคคลอื่นเข้ามาอยู่
เว้นแต่เป็นสมาชิกในครอบครัว
หรือพนักงานที่ได้รับอนุญาต
หากต้องการเพิ่มผู้อยู่อาศัย
ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่า
คำอธิบาย
การให้คนอื่นเข้ามาอยู่เพิ่ม
ทำให้บ้านสึกหรอเร็วขึ้น
และสร้างปัญหากับเพื่อนบ้าน
ส่วนนี้ป้องกันปัญหาทั้งหมดตั้งแต่ต้น
15 การเข้าตรวจบ้านระหว่างสัญญา
..
“ผู้ให้เช่าสามารถเข้าตรวจได้เมื่อจำเป็น”
ข้อกฎหมาย
ผู้ให้เช่าหรือผู้แทน
สามารถเข้าตรวจสอบบ้านได้เมื่อจำเป็น
เพื่อดูแลสภาพบ้าน
และป้องกันความเสียหายระยะยาว
ผู้ให้เช่าสามารถเข้าตรวจบ้านได้เดือนละ 1 ครั้ง
โดยแจ้งผู้เช่าล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
การตรวจบ้านมีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลสภาพบ้าน
ไม่ใช่เพื่อรบกวนผู้เช่า
คำอธิบาย
การตรวจบ้าน
ไม่ใช่การรบกวน
แต่เป็นการป้องกันปัญหา
และทำให้บ้านอยู่ในสภาพดี
สำหรับผู้เช่าคนปัจจุบัน
และคนต่อไป
ช่วยป้องกันปัญหา เช่น
- แอบเลี้ยงสัตว์
- เพิ่มคนอยู่
- บ้านชื้นจนผนังพัง
- ใช้ไฟเกินกำลัง
การตรวจบ้านช่วยให้ทุกอย่างเรียบร้อยตั้งแต่ต้น
16 การแจ้งเหตุผิดปกติ
..
“หากมีผู้บุกรุกหรือมีข้อพิพาท ต้องแจ้งทันที”
ข้อกฎหมาย
หากมีผู้บุกรุก
หรือมีบุคคลอ้างสิทธิ์เหนือทรัพย์สิน
ผู้เช่าต้องแจ้งผู้ให้เช่าทันที
คำอธิบาย
การแจ้งเร็ว
ช่วยป้องกันปัญหาทางกฎหมาย
และทำให้ผู้ให้เช่าสามารถจัดการได้ทันเวลา
17 การล้มละลาย
..
“สัญญาสิ้นสุดทันทีหากผู้เช่าล้มละลาย”
ข้อกฎหมาย
หากผู้เช่าถูกประกาศล้มละลาย
สัญญาจะสิ้นสุดทันที
คำอธิบาย
การล้มละลาย
ทำให้ผู้เช่าไม่สามารถรับผิดชอบภาระสัญญาได้
ดังนั้นสัญญาต้องยุติ
เพื่อป้องกันความเสียหายต่อผู้ให้เช่า
18 เงินประกัน
..
“เงินประกันใช้เฉพาะวันสิ้นสุดสัญญาเท่านั้น”
ข้อกฎหมาย
ผู้เช่าชำระเงินประกันจำนวน 30000 บาท
เงินประกันใช้เพื่อหักค่าเสียหาย
และยอดค้างชำระ
หลังตรวจบ้านในวันสิ้นสุดสัญญา
ผู้ให้เช่าจะคืนเงินประกันภายใน 30 วัน
หลังผู้เช่าย้ายออก
หากเงินประกันไม่พอ
ผู้เช่าต้องชำระส่วนที่เหลือทันที
คำอธิบาย
เงินประกัน
ไม่ใช่เงินสำหรับซ่อมของระหว่างสัญญา
ไม่ใช่เงินสำหรับหักค่าเสียหายกลางทาง
เงินประกัน = ใช้เฉพาะวันสุดท้าย
ส่วนนี้ทำให้ทุกอย่างเป็นระบบ
และป้องกันปัญหาที่ผู้เช่ามักเข้าใจผิด
19 การผิดนัดชำระค่าเช่า
..
“ขาดชำระ = ยุติสัญญาได้ทันที”
ข้อกฎหมาย
หากผู้เช่าขาดชำระค่าเช่า
ผู้ให้เช่าสามารถยุติสัญญาได้ทันที
และเรียกค่าเสียหายได้ตามจริง
คำอธิบาย
ค่าเช่าคือหัวใจของสัญญา
หากขาดชำระ
ผู้ให้เช่ามีสิทธิ์ปกป้องทรัพย์สินของตนทันที
20 การผิดสัญญา
..
“ทำผิดข้อใดข้อหนึ่ง = ผู้ให้เช่ามีสิทธิ์ยุติสัญญา”
ข้อกฎหมาย
หากผู้เช่าผิดสัญญา
ผู้ให้เช่าสามารถแจ้งให้แก้ไข
หรือยุติสัญญาได้ทันที
โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
คำอธิบาย
สัญญาต้องมีผลบังคับ
ไม่เช่นนั้นจะไม่มีความหมาย
ส่วนนี้ทำให้ผู้ให้เช่าสามารถปกป้องบ้านได้
21 การยกเลิกก่อนกำหนด
..
“ยกเลิกก่อน = ไม่คืนเงินประกัน”
ข้อกฎหมาย
หากผู้เช่ายกเลิกสัญญาก่อนกำหนด
เงินประกันจะไม่คืน
ถือเป็นค่าชดเชยความเสียหายของผู้ให้เช่า
คำอธิบาย
การยกเลิกก่อนกำหนด
ทำให้ผู้ให้เช่าเสียเวลา
เสียรายได้
และต้องเริ่มหาผู้เช่าใหม่
เงินประกัน
คือการชดเชยที่เป็นธรรมที่สุด
22 สิ้นสุดสัญญา
..
“ต้องย้ายออกในวันสุดท้าย”
ข้อกฎหมาย
เมื่อสัญญาสิ้นสุด
ผู้เช่าต้องย้ายออกทันที
หากไม่ย้ายออก
ผู้ให้เช่าสามารถดำเนินการทางกฎหมายได้
ผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย
ค่าเช่าช่วงเกินกำหนด
และค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
คำอธิบาย
การอยู่เกินสัญญา
สร้างปัญหาใหญ่ในไทย
ส่วนนี้ทำให้ทุกอย่างชัดเจน
และป้องกันปัญหาในอนาคต
ผู้เช่าต้องคืนบ้านในสภาพพร้อมอยู่อาศัย
หากมีความเสียหาย ผู้เช่าต้องซ่อมก่อนวันส่งมอบ
หากไม่ซ่อม
ผู้ให้เช่าสามารถหักจากเงินประกันเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับวันสิ้นสุดสัญญา
ผู้เช่าต้องทำความสะอาดบ้านก่อนส่งมอบ
หากบ้านสกปรกผิดปกติ
ผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าทำความสะอาด
คำอธิบาย
เพื่อให้การส่งมอบบ้านเป็นระเบียบ
และลดปัญหาการโต้แย้งในวันตรวจบ้าน
22.1 การแจ้งความกรณีไม่ย้ายออก
..
“กฎหมายไทยอนุญาตให้แจ้งความได้”
ข้อกฎหมาย
หากผู้เช่าไม่ย้ายออกตามกำหนด
ผู้ให้เช่าสามารถแจ้งความ
และดำเนินการขับไล่ตามกฎหมายได้ทันที
คำอธิบาย
นี่คือกรณีที่เกิดขึ้นจริงในไทย
และกฎหมายสนับสนุนผู้ให้เช่า
เพื่อป้องกันการยึดบ้านโดยไม่ชอบ
23 การไม่ต่อสัญญา
..
“ต้องแจ้งล่วงหน้า 2 เดือน”
ข้อกฎหมาย
หากผู้เช่าไม่ต้องการต่อสัญญา
ต้องแจ้งผู้ให้เช่าล่วงหน้า 2 เดือน
คำอธิบาย
การแจ้งล่วงหน้า
ทำให้ผู้ให้เช่ามีเวลาเตรียมหาผู้เช่ารายใหม่
และไม่เกิดช่องว่างรายได้
24 การส่งหนังสือแจ้ง
..
“เอกสารที่ส่งถึงบ้าน ถือว่าส่งถึงผู้เช่าแล้ว”
ข้อกฎหมาย
หนังสือแจ้ง
เอกสาร
หรือประกาศใดๆ
ที่ส่งไปยังบ้านเช่า
ถือว่าส่งถึงผู้เช่าแล้ว
คำอธิบาย
ส่วนนี้ทำให้การสื่อสารเป็นทางการ
และป้องกันการปฏิเสธว่า “ไม่ได้รับ”
25 การรับทราบและยืนยันการอ่านสัญญา
“ผู้เช่าได้อ่าน ทำความเข้าใจ และสอบถามทุกข้อก่อนลงลายมือชื่อ”
ผู้เช่ายืนยันว่า
สัญญาฉบับนี้มีรายละเอียดมากกว่าสัญญาเช่าทั่วไป
เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
ผู้เช่าได้
อ่านทุกข้อความ
ตรวจสอบทุกเงื่อนไข
และสอบถามข้อสงสัยทั้งหมดจนเข้าใจชัดเจนแล้ว
ผู้เช่าจึงลงลายมือชื่อในสัญญาฉบับนี้
โดยสมัครใจ
โดยไม่มีการบังคับ
และยอมรับว่าข้อความทั้งหมดเป็นไปตามที่ได้ตกลงร่วมกันจริง
คำอธิบาย
สัญญาฉบับนี้ถูกเขียนให้ละเอียด
เพื่อให้ผู้เช่าเข้าใจบ้านหลังนี้อย่างครบถ้วน
ทั้งเรื่องการดูแลบ้าน
ความปลอดภัย
สภาพอากาศเมืองไทย
และเหตุผลเบื้องหลังข้อกำหนดต่าง ๆ
ผู้เช่าได้อ่านทุกส่วนด้วยความตั้งใจ
และได้พูดคุยสอบถามจนมั่นใจว่าเข้าใจตรงกัน
ก่อนจะลงลายมือชื่อ
ส่วนนี้ช่วยให้ทุกอย่างชัดเจน
ลดความเข้าใจผิดในอนาคต
และทำให้การอยู่ร่วมกันเป็นเรื่องง่าย สบายใจ และเป็นธรรมที่สุด
ทั้งสำหรับผู้เช่าและผู้ให้เช่า
25.1 สำเนาสัญญา
ทำ 2 ฉบับ เก็บไว้คนละชุด
ข้อกฎหมาย
สัญญานี้จัดทำขึ้นจำนวน 2 ฉบับ
ผู้ให้เช่าเก็บไว้ 1 ฉบับ
ผู้เช่าเก็บไว้ 1 ฉบับ
ทั้งสองฉบับมีข้อความตรงกันทุกประการ
และมีผลผูกพันตามกฎหมายเท่าเทียมกัน
คำอธิบาย
การทำสัญญา 2 ฉบับ
ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมีเอกสารต้นฉบับของตนเอง
สามารถตรวจสอบเงื่อนไขได้ตลอดเวลา
และลดความสับสนในอนาคต
ส่วนนี้ทำให้ทุกอย่างโปร่งใส
เป็นธรรม
และป้องกันข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง
เพราะทั้งสองฝ่ายถือเอกสารที่เหมือนกันทุกบรรทัด
ลายเซ็น
สัญญาสมบูรณ์เมื่อทั้งสองฝ่ายลงนาม
ผู้ให้เช่า
ประกาศิต บริสุทธิ์ซึ้งใจ
ผู้เช่า
ชื่อ
วันที่
13 พฤษภาคม 2569

ใส่ความเห็น