แพม

แพมไม่เคยใช้กันแดดเลย แต่ถ้าผิวไหม้ แพมดูแลแบบนี้

ถ้าพูดกันตามตรง แพมเป็นคนที่ไม่เคยใช้กันแดดเลยมานานกว่าสิบปีแล้ว

ไม่ใช่เพราะไม่รู้ว่ากันแดดมีประโยชน์ แต่เพราะขี้เกียจทา ชอบออกแดด ชอบทะเล ชอบเดินตามหาด และใช้ชีวิตกลางแจ้งเป็นปกติ

เมื่อก่อนยังแอบคิดขำๆ อีกด้วยว่า ถ้าผิวแทนหน่อยอาจจะช่วยให้ดูกลมกลืนกับบีชบาร์มากขึ้น เผื่อจะมีโอกาสหาผัวฝรั่งเพิ่มขึ้นสัก 5% ก็ยังดี 😆

แต่การอยู่กับแดดบ่อยๆ ก็ทำให้แพมเจอปัญหาผิวแสบ ผิวร้อน หรือผิวแห้งจากแดดเหมือนกัน โดยเฉพาะหลังกลับจากทะเล หรือวันที่อยู่ข้างนอกทั้งวัน นี่คือวิธีที่แพมดูแลผิวเวลารู้สึกว่าผิวเริ่มไหม้แดด

แดดไม่ได้มีแต่ข้อเสีย

หลายคนมองว่าแดดเป็นศัตรูของผิว แต่สำหรับแพม แดดคือส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต

มันคือการได้ออกไปเที่ยว ได้เดินชายหาด ได้ขี่รถเล่น ได้เห็นท้องฟ้าสวยๆ และได้ใช้เวลาอยู่ข้างนอกมากกว่านั่งอยู่ในห้องทั้งวัน

จากประสบการณ์ของแพม เวลาที่ได้ออกไปเจอแดด ได้ขยับร่างกาย และได้ใช้ชีวิตกลางแจ้ง อารมณ์มักจะดีขึ้นตามไปด้วย

แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าได้รับแดดมากเกินไป ผิวก็อาจแสบ แดง แห้ง หรือระคายเคืองได้เหมือนกัน

เพราะฉะนั้นแพมไม่ได้กลัวแดด แต่ก็ไม่ได้ปล่อยให้ผิวเหนื่อยจนไม่ดูแลอะไรเลย

แดดทำให้แพมนึกถึงต้นไม้

อีกเหตุผลที่แพมไม่เคยรู้สึกว่าแดดเป็นศัตรู ก็เพราะแพมชอบปลูกต้นไม้

เวลารดน้ำหรือทำสวน แพมเห็นต้นไม้ที่ได้รับแสงแดดพอเหมาะแล้วดูสดชื่น ใบกาง สียอดสด และดูมีพลังมากกว่าต้นที่อยู่ในที่ร่มตลอดเวลา

บางทีแพมก็รู้สึกว่าคนเราคล้ายต้นไม้เหมือนกัน

วันที่ได้ออกไปเดินข้างนอก ได้รับอากาศ ได้เห็นแสงแดด ได้ขยับร่างกาย อารมณ์ก็มักจะดีขึ้นตามไปด้วย

สำหรับแพม แสงแดดไม่ได้เป็นแค่เรื่องของผิว

แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึกด้วย

หลายครั้งเวลานั่งทำงานอยู่ในบ้านทั้งวัน เราอาจรู้สึกง่วง เหนื่อย หรือเฉื่อยๆ แต่พอได้ออกไปรดน้ำต้นไม้ เดินดูดอกไม้ หรือยืนรับแดดอ่อนๆ สักพัก ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป

เหมือนได้รีเซ็ตอารมณ์เล็กๆ ให้ตัวเอง

แน่นอนว่าทั้งต้นไม้และคนก็มีจุดพอดีเหมือนกัน

ต้นไม้บางชนิดได้รับแดดมากเกินไปก็ไหม้

คนเราถ้าอยู่กลางแดดจัดนานเกินไป ผิวก็อาจแสบ แดง หรือระคายเคืองได้เช่นกัน

แพมเลยไม่ได้คิดว่าแดดดีทั้งหมด หรือแย่ทั้งหมด

แต่คิดว่าแสงแดดเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่ช่วยให้ชีวิตมีพลังและความสุขมากขึ้น เมื่อเราได้รับมันอย่างพอดี

ล้างหน้าแบบง่ายๆ

ถ้าวันไหนกลับถึงบ้านแล้วรู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าว

สิ่งแรกที่แพมทำคือใช้น้ำอุณหภูมิปกติล้างหน้า

ไม่ใช้น้ำร้อน ไม่สครับ และไม่ขัดผิวแรงๆ

เพราะตอนนั้นผิวกำลังระคายเคืองอยู่แล้ว ยิ่งรบกวนผิวมาก ผิวก็ยิ่งไม่สบาย

บางครั้งแค่ล้างหน้าเบาๆ ให้ผิวสะอาดและปล่อยให้ผิวได้พัก ก็เพียงพอแล้ว

เติมความชุ่มชื้นให้ผิว

สิ่งที่แพมให้ความสำคัญที่สุดหลังออกแดด ไม่ใช่เรื่องความขาว

แต่เป็นเรื่องความชุ่มชื้น

ถ้าผิวเริ่มตึง เริ่มแห้ง หรือเริ่มรู้สึกไม่สบาย แพมจะใช้เซรั่มและมอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว

สำหรับแพม ผิวที่ชุ่มชื้นมักดูสดใสกว่า และรู้สึกสบายกว่าผิวที่แห้งจนตึง

ไม่ได้หมายความว่าเซรั่มจะรักษาผิวไหม้แดดได้ แต่การดูแลให้ผิวไม่แห้งเกินไปช่วยให้ผิวรู้สึกสบายขึ้นมาก

อีกอย่างที่แพมรู้สึกว่าช่วยตัวเองได้มากคือการใช้ แพม โบทานิค เซรั่ม เป็นประจำ โดยเฉพาะหลังวันที่ออกแดดหนักๆ

เพราะแพมเป็นคนที่แทบไม่ใช้กันแดด ชอบเที่ยวทะเล ชอบขี่สกู๊ตเตอร์ ชอบทำสวน ปลูกต้นไม้ และอยู่กับแดดแทบทุกวัน

แน่นอนว่าผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป บางส่วนอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ ไลฟ์สไตล์ และการดูแลผิวในด้านอื่นๆ ร่วมด้วย

แต่ถ้าถามว่ามีอะไรที่แพมทำต่อเนื่องมาตลอด คำตอบก็คือการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวทุกวัน

แพมไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะกรรมพันธุ์ การดูแลผิว หรือโชคดีล้วนๆ แต่จนถึงวันนี้แพมก็ยังรู้สึกว่าผิวหน้าของตัวเองค่อนข้างแข็งแรง และยังไม่เคยมีปัญหาฝ้าที่กังวล

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ แพม โบทานิค เซรั่ม กลายเป็นหนึ่งในสกินแคร์ที่แพมหยิบใช้เป็นประจำที่สุด หลังล้างหน้าและหลังวันที่ออกแดดมาทั้งวัน

ว่านหางจระเข้ยังเป็นตัวช่วยที่ชอบ

เวลาผิวโดนแดดจัด หลายคนรวมถึงแพมก็มักนึกถึงว่านหางจระเข้

จุดที่ชอบคือช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและให้ความรู้สึกเย็นสบาย

โดยเฉพาะหลังกลับจากทะเลหรือกิจกรรมกลางแจ้ง ผิวจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นพอสมควร

เวลากลับจากทะเล แพมแทบไม่อยากใส่เสื้อ

อันนี้เป็นเรื่องที่แพมเจอบ่อยมาก

ถ้าวันไหนอยู่ทะเลทั้งวัน ดำน้ำทั้งวัน หรือเดินกลางแดดนานๆ พอกลับถึงโรงแรมช่วงเย็นจะเริ่มรู้สึกได้เลยว่าผิวกำลังร้อนและระบม

โดยเฉพาะบริเวณไหล่ หลัง หน้าอก และแขน

บางครั้งแค่เสื้อยืดสัมผัสผิวก็รู้สึกเจ็บแล้ว

ช่วงแบบนั้นแพมมักจะอาบน้ำ ล้างตัว แล้วเลือกใส่เสื้อผ้าที่หลวมที่สุดเท่าที่จะหาได้ หรือบางครั้งก็อยากปล่อยผิวให้โล่งที่สุด เพราะการเสียดสีของเนื้อผ้ากับผิวทำให้รู้สึกแสบมาก

คนที่เคยผิวไหม้แดดจากทะเลน่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดี

ไม่ใช่ความเจ็บแบบอันตราย

แต่เป็นความรู้สึกเหมือนผิวกำลังบอกว่า

“วันนี้พอแล้ว ขอพักก่อน”

ช่วงนั้นแพมจะพยายามอยู่ในห้องแอร์ ดื่มน้ำให้มากขึ้น เติมความชุ่มชื้นให้ผิว และปล่อยให้ร่างกายได้พักเต็มที่

ส่วนใหญ่พอตื่นเช้ามา อาการร้อนผิวก็มักจะดีขึ้นกว่าวันแรกพอสมควร

พักผิวบ้าง

ถ้าวันไหนผิวแดงหรือแสบกว่าปกติ

แพมจะพยายามลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้ผิวระคายเคืองเพิ่ม และพักการแต่งหน้าถ้าไม่จำเป็น

บางครั้งการดูแลผิวที่ดีที่สุด ไม่ได้มาจากการซื้อสกินแคร์เพิ่มอีก 5 ตัว

แต่มาจากการให้เวลาผิวได้พัก

แล้วกันแดดล่ะ

หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้อาจสงสัยว่า

สรุปแล้วแพมแนะนำกันแดดไหม

คำตอบคือ แนะนำ

แม้แพมจะไม่ค่อยใช้เองก็ตาม 😆

เพราะถ้ามองในมุมข้อมูลทางการแพทย์ การใช้กันแดดสามารถช่วยลดการสัมผัสรังสี UV และช่วยลดความเสียหายจากแสงแดดได้

ดังนั้นคนที่ทากันแดดทุกวันก็ถือว่าเป็นเรื่องดี

ส่วนแพมก็ยังเป็นแพมคนเดิมที่ชอบทะเล ชอบแดด ชอบขี่สกู๊ตเตอร์ ทำสวน ปลูกต้นไม้ และยังขี้เกียจทากันแดดเหมือนเดิม

สรุป

แพมไม่เคยใช้กันแดดเลยมานานกว่าสิบปี ชอบเที่ยวทะเล ชอบปลูกต้นไม้ ชอบอยู่กลางแจ้ง และไม่เคยมองว่าแดดเป็นศัตรูของชีวิต

สำหรับแพม แดดคือการได้ออกไปใช้ชีวิต ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้ดูแลต้นไม้ และได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ

หลายครั้งแสงแดดไม่ได้เปลี่ยนแค่สีผิว แต่เปลี่ยนอารมณ์ของวันนั้นด้วย

แต่ถ้าวันไหนผิวเริ่มส่งสัญญาณว่าเหนื่อย ไม่ว่าจะเป็นอาการแสบ แห้ง แดง หรือระคายเคือง การล้างหน้าอย่างอ่อนโยน เติมความชุ่มชื้น และให้เวลาผิวได้พัก ก็เป็นสิ่งที่แพมเลือกทำเสมอ

ส่วนเรื่องผัวฝรั่งนั้น…

จนถึงวันนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าผิวแทนช่วยได้จริงไหม แต่ที่แน่ๆ คือแพมยังชอบทะเล ชอบต้นไม้ และชอบแดดเหมือนเดิม

เที่ยวด้วยกล้องเล็ก ที่พกไปทุกที่