บ้านที่ปล่อยให้เราวางหัวใจลงได้อย่างแผ่วเบา

บ้านคือที่ที่เรากลับมาเป็นตัวของตัวเอง
บ้านที่พักใจไม่ต้องสมบูรณ์แบบ
ไม่ต้องเงียบกริบ
ไม่ต้องจัดวางทุกอย่างให้ตรงมุม
มันแค่ต้องอ่อนโยนพอ
ให้เรากลับเข้ามาแล้วรู้สึกว่า
ตรงนี้…ฉันปลอดภัย
ตรงนี้…ฉันหายใจได้เต็มปอดขึ้นอีกนิด
แสงที่ทำให้วันอ่อนลง
แสงธรรมชาติคือเพื่อนที่คอยปลอบใจเราเสมอ
ตอนเช้าแสงจะค่อย ๆ ไหลเข้ามา
เหมือนบ้านกำลังยิ้มให้เราอย่างแผ่วเบา
เป็นรอยยิ้มที่ไม่เร่งรีบ
แค่ชวนให้เริ่มต้นวันอย่างนุ่มนวล
เหมือนบอกว่า วันนี้ไม่ต้องรีบเข้มแข็งก็ได้
บางวันแดดแรงไปหน่อย
แต่ก็เป็นความซื่อของธรรมชาติ
ที่ทำให้บ้านดูมีชีวิตขึ้นมาอีกนิด
มุมเล็ก ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกว่าโลกใจดีขึ้น
มุมหนึ่งของบ้านสามารถเป็นที่พักใจได้ทั้งวัน
มุมที่เรานั่งแล้วรู้สึกว่าเวลาเดินช้าลง
มุมที่แก้วชาวางแล้วกลิ่นลอยขึ้นมาปลอบใจ
มุมที่หมอนกองจนเหมือนก้อนเมฆที่พร้อมให้เราทิ้งตัวลงไป
หรือมุมที่หนังสือกองสูงจนกลายเป็นภูเขาเล็ก ๆ
แต่เป็นภูเขาที่ปีนง่ายและใจดีมาก
มุมแบบนี้ไม่ต้องสวย
แค่ทำให้เราหายใจได้ลึกขึ้นก็พอ
ของที่เล่าเรื่องแทนหัวใจ
ของบางชิ้นในบ้านเหมือนตัวละครที่คอยอยู่ข้างเราเสมอ
ภาพถ่ายที่ทำให้เราย้อนกลับไปในวันที่หัวใจอุ่น
แก้วใบโปรดที่ใช้ทุกเช้า
ผ้าห่มที่นุ่มจนเหมือนอ้อมกอด
หรือเทียนหอมที่จุดแล้วทำให้ห้องเงียบลงอย่างนุ่มนวล
ของเหล่านี้ไม่ใช่แค่ของ
แต่เป็นความทรงจำที่วางอยู่ในที่ที่เรามองเห็นได้ทุกวัน
ความเรียบง่ายที่ทำให้ใจเบา
การเก็บบ้านก็เหมือนการเก็บใจ
พอของน้อยลง
เสียงในหัวก็น้อยลง
เหลือแต่พื้นที่ว่างให้ความสงบเดินเข้ามาอย่างไม่ต้องเบียด
บางวันฉันชอบจัดบ้านแบบค่อย ๆ ขยับ
ย้ายแจกันนิด
ขยับหมอนหน่อย
เหมือนให้บ้านได้เปลี่ยนลมหายใจไปพร้อมเรา
บ้านที่โอบกอดเราในทุกอารมณ์
บ้านที่พักใจคือบ้านที่ไม่ตัดสินเราเลย
วันที่สำเร็จ บ้านยินดีกับเรา
วันที่ล้มเหลว บ้านก็ยังเปิดประตูให้เหมือนเดิม
บ้านไม่ถามว่าเราทำได้ดีแค่ไหน
มันแค่ถามว่า วันนี้เหนื่อยไหม
มานั่งพักตรงนี้ก่อนก็ได้
บ้านที่พักใจคือบ้านที่อยู่ข้างเรา
ทั้งวันที่หัวเราะ
และวันที่เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดขึ้น
บทสรุปที่วางลงอย่างแผ่วเบา
บ้านที่เหมือนที่พักใจ
ไม่ใช่บ้านที่สวยที่สุด
แต่เป็นบ้านที่อ่อนโยนกับเรามากที่สุด
เริ่มจากแสงหนึ่งช่อง
มุมหนึ่งมุม
ของหนึ่งชิ้น
ลมหายใจหนึ่งครั้ง
แล้วบ้านจะค่อย ๆ กลายเป็นที่ที่ใจอยากกลับมาเสมอ

ใส่ความเห็น