3,000 บาท
50 กรัม

เซรั่มกลางคืน ชุ่มชื้นทั้งคืน เพราะการนอนเป็นช่วงเวลาที่ผิวฟื้นตัวมากที่สุด
แพม โบทานิค ไนท์ ถูกสร้างขึ้นหลังจาก แพม โบทานิค เซรั่ม เพราะแพมเริ่มมองว่าการดูแลผิวในตอนกลางวันและตอนกลางคืนไม่ควรเหมือนกัน ในช่วงกลางวัน ผิวต้องเจอกับแดด ความร้อน เหงื่อ ฝุ่น และมลภาวะตลอดทั้งวัน สกินแคร์จึงควรบาง ซึมเร็ว และไม่รบกวนการใช้ชีวิต แต่ช่วงเวลากลางคืนแตกต่างออกไป เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผิวสามารถอยู่กับสกินแคร์ต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมงโดยไม่ต้องเจอกับปัจจัยภายนอกเหมือนตอนกลางวัน
แพมเริ่มสนใจช่วงเวลานี้มาก เพราะคนส่วนใหญ่มักต้องการให้ผิวดูดีขึ้นเร็วขึ้น แต่ในความเป็นจริง เราไม่ได้มีเวลาบำรุงผิวทั้งวัน ช่วงเวลาที่สกินแคร์อยู่บนผิวได้นานที่สุดกลับเป็นช่วงที่เรานอนหลับ บางคืนเราใช้เวลากับการนอน 6 ถึง 8 ชั่วโมง ซึ่งนานกว่าช่วงเวลาอื่นที่สกินแคร์สามารถอยู่บนผิวได้อย่างต่อเนื่อง
นั่นทำให้แพมมองว่ากลางคืนเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการดูแลผิว ไม่ใช่เพราะผิวเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผิวมีโอกาสได้รับความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่องนานที่สุดในแต่ละวัน แพม โบทานิค ไนท์ จึงถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้ช่วงเวลาหลายชั่วโมงระหว่างการนอนให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยเน้นการเติมและรักษาความชุ่มชื้นของผิวตลอดทั้งคืน เพื่อให้เมื่อตื่นขึ้นมา ผิวยังคงรู้สึกสบายและมีความชุ่มชื้นมากกว่าการบำรุงเพียงช่วงสั้นๆ ก่อนนอน
ผิวตอนกลางวัน กับผิวตอนกลางคืน ไม่เหมือนกัน
เวลาคนพูดถึงสกินแคร์ หลายคนมักคิดว่ากลางวันกับกลางคืนก็คือการทาครีมเหมือนกัน แต่เปลี่ยนเวลาเท่านั้น ความจริงแล้วสิ่งที่ผิวต้องเผชิญในสองช่วงเวลานี้ต่างกันพอสมควร
ในช่วงกลางวัน ผิวต้องเจออากาศร้อน แดด เหงื่อ ฝุ่น ควัน และมลภาวะตลอดทั้งวัน ต่อให้ทำงานในออฟฟิศก็ยังต้องเดินจากบ้านไปที่รถ จากรถไปอาคาร หรือเจอกับอากาศภายนอกอยู่ดี สกินแคร์ที่ใช้ตอนกลางวันจึงควรสบายผิวมากที่สุด ถ้าหนักเกินไปก็จะเหนียว ถ้ามันเกินไปก็จะรู้สึกไม่สบายหน้า
นั่นเป็นเหตุผลที่ แพม โบทานิค เซรั่ม ถูกออกแบบให้ซึมลงผิวเกือบทั้งหมด ไม่เน้นการเคลือบผิวด้านบน ไม่ทิ้งความมัน และไม่สร้างความรู้สึกเหนอะหนะ ให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นโดยยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
แต่กลางคืนไม่เหมือนกัน
หลังอาบน้ำ หลังล้างหน้า และหลังปิดไฟนอน ผิวไม่ได้ต้องออกไปเจอกับแดดอีกแล้ว ไม่ได้ต้องรับมือกับความร้อนแบบช่วงบ่าย ไม่ได้ต้องเผชิญฝุ่นหรือควันเหมือนทั้งวันที่ผ่านมา ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงที่ผิวมีโอกาสพักจากสิ่งภายนอก และเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการให้ความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่องมากกว่าเดิม
นี่คือเหตุผลที่แพมไม่ใช้สูตรเดียวกันสำหรับทั้งวันและคืน
ทำไมหลายคนตื่นมาแล้วผิวดูแห้ง
เวลาพูดถึงผิวแห้ง หลายคนมักนึกถึงคนที่ผิวลอกหรือผิวแตก แต่จริงๆ แล้วผิวขาดความชุ่มชื้นเกิดขึ้นได้กับทุกสภาพผิว แม้แต่คนที่หน้ามันก็สามารถมีปัญหาผิวขาดน้ำได้เหมือนกัน
สิ่งที่หลายคนเจอคือก่อนนอนผิวดูปกติ แต่พอตื่นเช้ามาหน้ากลับดูตึง ดูล้า หรือดูไม่สดชื่นเท่าที่ควร โดยเฉพาะคนที่นอนห้องแอร์ทั้งคืน
เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นไม่เพียงพอ สิ่งแรกที่มักสังเกตได้ไม่ใช่เรื่องสีผิว แต่เป็นความรู้สึก ผิวจะดูไม่ค่อยอิ่ม ดูไม่ค่อยสบาย ล้างหน้าแล้วตึงง่าย แต่งหน้าไม่ค่อยสวย และบางคนรู้สึกว่าผิวดูเหนื่อยแม้ว่าจะเพิ่งตื่นนอน
แพมจึงตั้งเป้าหมายของ แพม โบทานิค ไนท์ ไว้ชัดเจนว่า ต้องการให้ผิวมีความชุ่มชื้นต่อเนื่องจนถึงเช้า ไม่ใช่ชุ่มชื้นเฉพาะตอนทา
ผิวที่ดีเริ่มจากอะไร
ตลอดเวลาที่แพมศึกษาสูตรสกินแคร์ แพมพบว่าสิ่งที่คนมองหาอาจแตกต่างกัน บางคนสนใจความกระจ่างใส บางคนสนใจเรื่องริ้วรอย บางคนสนใจเรื่องรอยสิว บางคนสนใจเรื่องเกราะผิว แต่เมื่อมองย้อนกลับไป หลายเรื่องมีจุดร่วมเดียวกัน คือสภาพผิวพื้นฐาน
ผิวที่มีความชุ่มชื้นเพียงพอมักทำงานได้ดีกว่าผิวที่ขาดความชุ่มชื้น ผิวที่มีน้ำเพียงพอมักดูอิ่มกว่า ดูเรียบกว่า และดูมีชีวิตชีวามากกว่า
แพมจึงไม่ได้เริ่มพัฒนาสูตรจากคำถามว่า จะทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างไร หรือจะทำให้ผิวดูเด็กอย่างไร
แพมเริ่มจากคำถามง่ายกว่า จะทำอย่างไรให้ผิวมีความชุ่มชื้นเพียงพอ เมื่อพื้นฐานดีขึ้น หลายอย่างก็มักดีขึ้นตามมา
ทำไมต้องกล้วยไม้สีม่วงของไทย
ในตอนที่เริ่มพัฒนาสูตรนี้ แพมไม่ได้เริ่มจากการหาสารสกัดที่กำลังเป็นกระแส แต่เริ่มจากแนวคิดเรื่องความชุ่มชื้น เพราะความชุ่มชื้นเป็นหัวใจหลักของสูตร
แพมปลูกกล้วยไม้มานาน และยิ่งปลูกก็ยิ่งรู้ว่ากล้วยไม้เป็นพืชที่น่าสนใจมาก คนที่ไม่เคยปลูกอาจมองว่าเป็นเพียงไม้ดอก แต่จริงๆ แล้วการปลูกกล้วยไม้เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำเกือบทั้งหมด
ให้น้ำมากเกินไปก็มีปัญหา ให้น้ำน้อยเกินไปก็มีปัญหา อากาศแห้งเกินไปก็มีปัญหา อากาศชื้นเกินไปก็มีปัญหา กล้วยไม้จึงเป็นพืชที่ต้องรักษาสมดุลของตัวเองอยู่ตลอดเวลา
แพมชอบแนวคิดนี้มาก เพราะรู้สึกว่าผิวคนก็คล้ายกัน ผิวไม่ได้ต้องการทุกอย่างมากที่สุด แต่ต้องการสมดุลที่เหมาะสม
กล้วยไม้สีม่วงจากไทยจึงกลายเป็นหัวใจของสูตรนี้ ไม่ใช่เพราะความสวยของดอก แต่เพราะแนวคิดเรื่องการรักษาสมดุลและความชุ่มชื้นที่แพมรู้สึกเชื่อมโยงกับการดูแลผิว
หลักการของสูตร
แพม โบทานิค ไนท์ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำได้ทุกอย่าง
แพมเลือกกำหนดหน้าที่ของสูตรให้ชัดเจน
- เพิ่มความชุ่มชื้น
- ช่วยให้ผิวรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้นานขึ้น
- ช่วยให้ผิวรู้สึกสบายขึ้นหลังจากต้องเผชิญกับสิ่งต่างๆ มาตลอดวัน
- ช่วยให้ผิวอยู่ในสภาพที่เหมาะกับการฟื้นตัวในช่วงกลางคืน
เมื่อแพมกำหนดหน้าที่ไว้ชัดเจน การเลือกส่วนผสมจึงง่ายขึ้น เพราะทุกตัวต้องตอบโจทย์เรื่องเดียวกัน ไม่ใช่ใส่มาเพราะกำลังนิยม
ส่วนผสมสำคัญในสูตร
หัวใจของสูตรคือสารสกัดกล้วยไม้สีม่วงจากไทย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดทั้งหมดในผลิตภัณฑ์ตัวนี้ นอกจากนั้นยังมี aloe vera จากไทยที่แพมเลือกใช้เพราะเป็นส่วนผสมที่เกี่ยวข้องกับความชุ่มชื้นและให้ความรู้สึกสบายผิว
ในส่วนของ hyaluronic acid แพมมองว่ามันเป็นส่วนผสมพื้นฐานสำหรับสูตรที่เน้นความชุ่มชื้น เพราะเกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำในผิวโดยตรง จึงถูกเลือกเข้ามาเป็นโครงสร้างหลักของสูตร
niacinamide หรือ vitamin b3 ถูกใส่เข้ามาเพื่อดูแลสภาพผิวโดยรวมและช่วยให้ผิวดูสม่ำเสมอขึ้น ขณะที่ urea และ hydroxyethyl urea ช่วยเสริมแนวคิดเรื่องความชุ่มชื้นให้สมบูรณ์ขึ้น ส่วน allantoin ถูกเลือกเพื่อช่วยให้ผิวรู้สึกสบายขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อมองรวมกันจะเห็นว่าส่วนผสมทั้งหมดยังคงเชื่อมโยงกับแนวคิดเดียว คือความชุ่มชื้น ไม่ใช่การแก้ปัญหาทีละเรื่องแบบแยกส่วน
ความชุ่มชื้นเกี่ยวอะไรกับริ้วรอย
เวลาพูดถึงริ้วรอย หลายคนมักคิดถึงอายุเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่หลายคนสังเกตได้คือ วันที่ผิวแห้งมาก ผิวมักดูมีเส้นเล็กๆ ชัดกว่าปกติ
สาเหตุไม่ใช่เพราะอายุเพิ่มขึ้นภายในวันเดียว แต่เป็นเพราะเมื่อผิวมีน้ำไม่เพียงพอ ผิวจะดูไม่เต็มเหมือนเดิม
ในทางกลับกัน เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นดีขึ้น ผิวมักดูอิ่มขึ้นและดูเรียบขึ้น หลายคนจึงรู้สึกว่าผิวดูสดชื่นกว่าเดิม
แพมจึงมองว่าความชุ่มชื้นไม่ใช่แค่เรื่องผิวแห้ง แต่เป็นพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับภาพรวมของผิวทั้งหมด
เหมาะกับใคร
แพม โบทานิค ไนท์ เหมาะกับคนที่รู้สึกว่าตื่นมาแล้วผิวไม่สดชื่นเท่าก่อนนอน เหมาะกับคนนอนห้องแอร์เป็นประจำ เหมาะกับคนที่รู้สึกว่าผิวแห้งง่าย หรือรู้สึกว่าความชุ่มชื้นจากสกินแคร์ที่ใช้ในตอนกลางวันไม่เพียงพอสำหรับการดูแลผิวตลอดทั้งคืน นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่ใช้ แพม โบทานิค เซรั่ม อยู่แล้ว และต้องการการดูแลต่อเนื่องในช่วงเวลากลางคืน
วิธีใช้
ใช้ก่อนนอนทุกคืน หลังล้างหน้าและหลังขั้นตอนการบำรุงผิวตามปกติ ทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ เพื่อให้เซรั่มทำงานในช่วงเวลาที่ผิวกำลังพักผ่อนตลอดทั้งคืน