ลดสิวด้วยการกดสิวดีจริงไหม

หลายคนคิดว่าการกดสิว ทำให้สิวหายเร็ว ทั้งกดเองหรือไปกดคลีนิค ถึงแม้อุปกรณ์พร้อมกดตามวิธีที่ถูกแล้วก็ตาม แต่กลับมีผลเสียมากกว่า ต้องเจ็บทุกครั้ง และสิวหายได้ไม่นานก็กลับมาเป็นอีก

กดแล้ว ทิ้งรอยแผลเป็น เกิดหลุมสิว

จะ​กดสิวที่​ไหน เชี่ยวชาญ​ขนาด​ไหน ก็ต้องเจาะ​ก่อน ยังไง​ก็​ทำ​ให้​ผิว​ช้ำ เพราะ​ต้อง​ใช้​แรง​กด ​ทำ​ให้​รูขุมขน​รอบ​ข้าง​เสียหาย และ​เชื้อยังซึม​ลึก​ลง​ใน​ชั้น​ผิว​มาก​กว่า​เดิม และทิ้งรอยดำ รอยแดง หนักสุดก็เกิดหลุมสิวตามมา ซึ่งรักษายากและใช้เวลานาน ถ้าเราไม่กดสิว สิวก็หายได้เอง เพียงแต่ใช้เวลา หากอยากหายเร็วต้องใช้สกินแคร์ เพราะให้ผิวสวยแข็งแรงขึ้น เริ่มที่ล้างหน้าเติมความชุ่มชื้น ใช้ Aloe clean ราคาถูกสุด 150.- ผิวไม่แห้ง ให้ความชุ่มชื้น ทำให้สิวหายเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม แพทย์ผิวหนังจะกดสิวต่อเมื่อรักษาสิวด้วยวิธีอื่น เช่น การรับประทานยา หรือการใช้ยาแต้มสิว ซึ่งแพทย์จะหลีกเลี่ยงการกดสิวอักเสบ เช่น สิวมีหนอง สิวผด หรือสิวอุดตันที่อยู่ใกล้สิวอักเสบ อาจหลีกเลี่ยงการกดสิวให้กับผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ที่ใช้ยาทาสิวที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ต้องใช้เซรั่มบำรุงผิวแทน เติมความชุ่มชื้นให้ผิว เมื่อผิวมีความชุมชื้นที่ดี สิวก็จะหายไป ใช้ Sensitive ที่เติมความชุ่มชื้น สมานผิวแพ้ง่ายให้แข็งแรง ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น สิวหาย

ยิ่งกด ยิ่งเกิดสิวเพิ่มขึ้น
นอกจากสิวเดิมไม่หาย ยังมีสิวใหม่ตามมาอีกเพียบ เพราะเชื้อแบคทีเรียกระจายตัวไปยังบริเวณรอบๆ เซลล์ผิว และถ้ามือหรือที่กดสิวไม่สะอาด ก็จะยิ่งแย่ไปอีก

กลายเป็นสิวอักเสบ
จากที่เป็นสิวอุดตัน ยิ่งกดยิ่งเค้น แล้วหัวสิวไม่หลุด ทำให้เป็นสิวอักเสบหนักขึ้น

กลายเป็นสิวหัวหนอง
จะเกิดตอนที่บีบสิวอักเสบเม็ดใหญ่ๆ ที่มีหัวสิวเยอะๆ แต่หลุดมาไม่หมด แล้วยิ่งทิ้งไว้นาน สิวอักเสบจะกลายเป็นหนอง บวมแดงอักเสบขึ้นมาใหม่

ใช้แชมพูแพม ลดสิว

Botanic shampoo / Aloe shampoo ไม่มีน้ำมันและซิลิโคน ไม่อุดตันผิว ไม่มีสารระคายเคือง ไม่เกิดสิว ทำให้ผมสวย และหน้าเนียนเร็วขึ้น