ก่อนใช้เซรั่มแพม เคยแก่ เหี่ยว สิวเต็มหน้า

ปัจจุบัน อายุ 34 ปี หน้าดีกว่าตอน​ 18
คน​ผิว​ดีไม่ต้อง​ใช้​อะไรก็สวย แต่แพมหน้าพัง ต้องใช้ของแพม ให้หน้าชุ่มชื้นแบบอ่อนโยนไม่แพ้ เมื่อผิวชุ่มชื้นดี ก็ไม่ระคายเคือง ก็ไม่เป็นสิว ผิวก็แข็งแรง หลุมสิวก็ตื้นขึ้น หน้าเนียน และบางคนต้องใช้ครีมหลายตัวพร้อมกัน ซึ่งเป็นแค่ชื่อสินค้า เช่น ครีมสิว ครีมลดริ้วรอย หรือครีมขาวที่ใส่สารให้ขาวน้อยมาก 0.00002% ก็จด อย. ได้ แต่แพมใช้สูงสุด อย. กำหนด ก็ไม่ได้บอกเป็นครีมขาว เพราะให้ผิวดีทุกด้าน ถ้าผิวดีอยู่แล้ว ใช้เซรั่มแพม หน้ายิ่งดีไปอีก

ไม่เคยหาหมอ ไม่เคยเข้าคลินิค ไม่กินอาหารเสริม ครีมอื่นไม่เคยซื้อ ไม่ทากันแดด เที่ยวตากแดดทั้งวัน ใช้แค่เซรั่มแพม สิวหายและหน้าเด็กจนใครก็ทัก หน้าดีกว่าตอน 18 ผลิตเอง มั่นใจได้ว่าไม่มีสารอันตราย อ่อนโยนมากแต่เห็นผล คนแพ้ง่าย​ใช้ก็ไม่แพ้ เซรั่มแพมหน้าจะค่อยดีขึ้น ยิ่งอายุเยอะขึ้น หน้ายิ่งดูเด็กขึ้น หลายคนนึกว่าแพมเป็นเด็ก ไปไหนมีแต่คนทัก เช่น แพมไปตลาดตอนกลางวัน แม่ค้าถามไม่มีเรียนหรอลูก วันนี้หยุดเรียนหรอ เรียนไหน ปิดเทอมหรอลูก อยู่ ม. ไหน และไม่มีน้ำมันและซิลิโคน ทำให้รู้สึกเหมือนไม่ได้ทา ช่วงแรกผิวอาจแห้งลงเพราะเข้มข้นมาก ทำให้เกิดการดึงน้ำ แต่สักพักจะชุ่มชื้นเมื่อผิวเริ่มผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวออกมา แต่ไม่ได้ใช้กันแดดเพราะไม่ต้องการให้ผิวขาว ชอบผิวสีธรรมชาติ ผิวแทน ดูผิวแข็งแรงและดูมีสเน่ห์กว่า จะได้หาผัวฝรั่งด้วย

ลูกค้าหลายคนใช้​เซรั่มแพม​นานหลายปีเพราะดีจริง ต่างกับรีวิวแบรนด์อื่น จ้างรีวิว ไม่จกตา บางแบรนด์น้อง 26 รีวิวครีม แต่ในคลิปบอกว่าอายุ 40 เพื่อให้ดูว่าแก่แต่หน้าเด็กก็มี แต่ก่อนหน้าเป็นสิวจากครีมมีสารมา และพังไม่มีทางหาย หลายคนคงท้อ อยากหาทางออก แต่ก็โดนหลอกตลอด และยิ่งแก้ หน้ายิ่งพัง ชีวิตเราชาตินี้ ถ้าไม่หายสิวก็ใช้ชีวิตไม่มั่นใจ ไปไหนก็อายคน ขาดความมั่นใจ ถ่ายรูปก็ไม่กล้าอัพลง ไม่มีใครคุยด้วย แพมไม่มีรูปเทียบหลังใช้ 7 วัน 14 วัน เพราะไม่ได้เห็นผลเร็วชัดเจน ไม่ใช่ครีมปรอท ต้องใช้เวลา รีวิวแพมเป็นรูปเที่ยว เวลาเราไปเที่ยวเราก็อยากได้รูปสวยๆ มาลงเฟส อยากไปตอนหน้าสวยๆ ถ้าหน้าพังก็เที่ยวไม่สนุก หน้าสดทุกรูปนะเพราะตอนนี้ผิวหน้าแข็งแรง เลยไม่ได้ดูแลอะไรเป็นพิเศษเลย แค่ทาเซรั่มหลังอาบน้ำแค่นั้น แพมตอนนี้คือ รับผลิตครีมรักษาสิว และมีแบรนด์ของตัวเอง

ตอน 18
ใช้ครีมที่คิดว่าปลอดภัย แต่มีสเตียรอยด์มา 8 ปี ตั้งแต่ ม.5 ม.6 ป.ตรี 4 ปี และป.เอก 2 ปี สวยขาว หน้าเนียน หน้าเงา แต่ไม่ได้ดูเด็กเท่าปัจจุบัน

ก่อนใช้ ตอน 22 ไปเที่ยวสิวเต็มหน้า

หน้าพัง สิวเต็มหน้า หน้าบาง เป็นฝ้า แพ้ง่าย และหน้าแก่ แห้งเหี่ยวแต่มันเฉพาะทีโซน รักษาสิวตามเน็ตแต่สิวขึ้นเยอะกว่าเดิม ใช้น้ำมันงา น้ำ​มันองุ่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอกทาหน้า แต่ตาแดงเพราะน้ำมันไหลเข้าตา ฝุ่นติดหน้า รูขุมขนกว้าง สิวขึ้นไปอีก

เมืองโบราณ พิพิธภัณฑ์เอกชนกลางแจ้ง ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
2014
Olympus EPM2

เป็นแหล่งรวบรวมศิลปะแบบโบราณของไทย สำหรับคนไทยตอนนั้นแพมเข้าไปบัตรแพงมาก สำหรับนักศึกษาอย่างแพม และตอนนี้มารู้ว่าที่เที่ยวตรงนี้น่าจะเน้นกลุ่มชาวต่างชาติ เพราะรีวิวใน Youtube ของต่างชาติเยอะมาก ซึ่งอยู่ใกล้กรุงเทพ สำหรับฝรั่งที่มาเที่ยวเมืองไทย เขาก็จะมาตรงนี้กัน เพราะได้ดูวัฒนธรรมของไทยจบในที่เดียว พื้นที่กว้างมาก ต้องปั่นจักรยานทั้งวัน เที่ยวตั้งแต่เช้ายันเย็นถึงจะครบ เพราะมันกว้างมากจริงๆ และแนะนำให้ออกก่อนบ่าย 2 เพราะจะได้ไปดูนกบางปู ดูพระอาทิตย์ตกดินสวยๆ ทัน

บางปู ดูนกนางนวลครั้งแรก
2014
Olympus EPM2

พามาดูรูปเมื่อตอนสมัยเรียน ป.เอกที่จุฬา นานมากสมัยหน้าพัง ตอนนั้นยังไม่ได้มีเงินไปเที่ยว เพราะยังเรียนอยู่ เลยไปเที่ยวใกล้ๆ ซึ่งบางปูก็ถือว่าไกลจากที่เราอยู่มาก เพราะต้องนั่งรถหลายต่อกว่าจะถึง ดังนั้นการไปครั้งนั้นเลยตื่นเต้นมาก เทียบกับสมัยตอนนั้น ถือว่าคนยังไม่เยอะเท่าตอนนี้ ขนาดตอนนี้โควิด คนที่ไปดูนกนางนวลแทบจะเต็มสะพานไม่มีที่ยืน ความสวยงามรู้สึกว่าตอนนั้นสวยกว่าปัจจุบันเยอะเลย สมัยนั้ยซื้อกล้องแต่ละตัว แทบจะต้องเก็บสะสมเงินกว่าจะได้มาแต่เลนส์ เลนส์ที่ใช้เลยเป็นเลนส์ราคาถูก ภาพที่ได้เลยไม่สว่างเท่าที่ควร ตอนนั้นไปแทบว่าฟ้าจะมืดแล้วด้วย เพราะกว่าจะนั่งรถจากเมืองโบราณ ไปถึงพระอาทิตย์ก็เริ่มตกแล้ว มองเห็นตั้งแต่อยู่ป้ายรถเมย์ พอไปถึงตกเรียบร้อย กลายเป็นท้องฟ้าสีม่วงดีที่นกยังไม่กลับรัง เพราะรออีกสักแปป นกก็จะไปนอนตามต้นไม้ ยุงเยอะมากๆๆๆๆ แทบจะมองเห็นเป็นฝูงสีดำมาตอมเราอยู่ตลอด

นั่งรถไฟลอยน้ำ ไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และทุ่งทานตะวัน
2014

ทริปนี้ไปเมื่อปี 2014 หลายปีที่แล้ว ซึ่งช่วงนั้นเป็นสิวหนักมาก ก่อนได้ใช้เซรั่มแพมเอง ตอนนี้สวยหน้าสด อาบแดดหน้าไม่เป็นฝ้า ทริปนี้ซื้อตั๋วของการรถไฟซึ่งเป็นแพ็คเกจเที่ยวทุ่งทานตะวัน และนั่งรถไฟลอยน้ำไปเขื่อนโดยเฉพาะ แล้วก็นั่งกลับมา จะมีช่วงซื้อซึ่งมีปีละครั้ง

เป็นทริปที่ไปไปทั้งวัน เริ่มตั้งแต่ออกจากที่พัก แล้วมาถึงสถานีรถไฟหัวลำโพงประมาณตี 5 เที่ยวทั้งทริป กลับมาที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ประมาณ 17.00น. จริงๆ แล้วนอกจากไปเที่ยว แพมไปดูงานด้วย คือไปหาของมาขาย ซึ่งก็คือ เมล็ดทานตะวัน ซึ่งตอนนั้นบูมมาก โดยเฉพาะเมล็ดทานตะวันปลอดสารเคมี เพราะช่วงนั้นฮิตเอาไปทำยอดอ่อนเมล็ดทานตะวัน และเพราะมันนานมากแล้ว แต่ก็ยังจำได้อยู่คร่าวๆ เรารอมาขึ้นรถไฟแต่เช้ามืด ถ้าจำไม่ผิดเพราะเหมือนต้องเอาบัตรมาแลกตั๋วอะไรสักอย่าง ขบวนรถบอกว่า ออก 6.40น. แต่ออกจริงๆ ก็ประมาณ 8.00น. เหมือนจะรอคนหน่อย

รถไฟที่เดินทางก็จะเป็นแบบหวานเย็น ช้าๆ ทั้งขบวนเป็นทริปเที่ยวนี้โดยเฉพาะ เดินทางออกจากสถานีรถไฟไปแวะทุ่งทานตะวันระหว่างทาง 1 ที่ ถ่ายรูปๆ รู้สึกว่าเขาให้เวลา 1 ชั่วโมง แล้วรีบไปต่อจุดชมวิวรถไฟลอยน้ำ ถ่ายรูปๆ แปปนึ่ง แล้วก็ไปต่อถึงเขื่อน พอถึงเขื่อนก็ตามสบาย เอาจริงๆ ว่าเป็นทริปที่เหนื่อยเดินทางมาก เพราะทั้งวันอยู่แต่บนรถไฟ

รู้สึกว่า ก่อนหน้าเราจะมีคนเที่ยวเยอะแล้ว เพราะทานตะวันที่นี่โดนเหยียบส่วนใหญ่ ต่อไปก็จะเป็นจุดชมวิวรถไฟลอยน้ำ และสุดท้ายก็จะเป็นเขื่อน วิวอีกด้านจากเขื่อนเป็นภูเขาสวยๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นที่ไหน แวะที่เขื่อนแล้วก็เดินทางกลับแบบไม่แวะ ถึงหัวลำโพงเลย

เที่ยวดาลัด เวียดนาม สิวเต็มหน้า
2014

น้ำตกดาตาลลา
ไม่ต้องเดินให้เหนื่อย นั่ง Roller Coaster ไปชมน้ำตก

นั่งกระเช้าลอยฟ้าโรบินฮิลล์

หุบเขาแห่งรัก
เที่ยวเวียดนามแบบหน้าผี ถ้าได้ไปอีกจะได้รูปหน้าสวย ไปเที่ยวต่างประเทศทั้งที อยากได้รูปสวยๆ ภาพสีสดใสๆ เหมือนคนอื่นเขาบ้าง แต่เพราะเป็นสิวเต็มหน้า ถ่ายไปเอาไปรีทัชคนก็รู้ว่ารูปแต่ง

ทริปนี้ซื้อทัวร์เมืองดาลัด จากโรงแรม มาพอมาถึงหุบเขาแห่งความรัก อากาศดีมากๆ เย็นสบายมาก และพื้นที่ให้ชมก็สวย ดูยิ่งใหญ่ ด้านล่างเดินไปเล่นได้ แต่เพราะมากับทัวร์เวลาเลยจำกัด คราวหน้าถ้าไป แนะนำเช่ารถมอไซต์ แล้วก็เดินลงเล่นรอบทะเลสาบ ถ่ายรูปน่าจะสวยมากเลยครับ

สวนดอกไม้เมืองหนาว ดาลัด
ตั้งแต่ชมสวนดอกไม้มา ที่นี่สวยสุด คุ้มสุดสวนดอกไม้แห่งดาลัด เวียดนาม ที่เป็นสวนดอกไม้ ในเมืองดาลัด ที่แพมและเพื่อนขับมอไซต์แว่นกันมา อิอิ ระยะทางไม่ไกลเลย วนๆ อยู่แถวในเมืองนี่แหละ ไม่กล้าออกไปไกล

สวนดอกไม้ที่นี่ใหญ่มาก เดินเที่ยวอยู่ครึ่งวันถึงจะหมด ในวันที่มามีนักท่องเที่ยวบ้าง และมีฝนปรอยๆ มีช่วงที่ฝนลงแรงก็พากันหาที่หลบ แพมเข้าไปหลบในซุ้มดอกไม้ เพื่อนไปหลบในอีกซุ้ม 55+ เพราะฝนมันมาปุ๊บปั๊บ พอฝนซาหน่อย ก็วิ่งมารวมกัน และรออีกหน่อย ฝนก็ปรอยๆ ก็เลยเที่ยวถ่ายรูปต่อ แต่ก็ระวังกล้องกันนิดนึ่ง พอดีเลย เลนส์ของเรามันกันน้ำ แต่กล้องไม่กันน้ำน่ะสิ เลยหาถุงก็อปแก็ปมาใส่

ดาลัดยามค่ำคืน
ถ้าอยากสัมผัสอากาศหนาวแบบญี่ปุ่น แต่งบน้อย ต้องที่นี่เลย ดาลัด ปารีสแห่งเอเชีย เพราะที่นี่คือสวยมาก อากาศเย็นสุด หนาวดีมาก อิอิ

พอมาถึงตรงนี้ แพมและเพื่อนพากันหาที่พัก และเข้าพักโรงแรมที่สมัยนั้นไม่ได้มีแอปจองแบบตอนนี้ เราก็เดินๆ กันไปเรื่อย ดูราคาจากป้ายและถามห้องพักที่ว่างเอา ง่ายมาก ก็ได้ที่พักใกล้กับจตุรัสเลย พอกลางคืนก็เดินเล่นชมเมือง สวยมาก แต่จริงๆ นะ ที่เวียดนามกลางคืนไม่ควรออกไปไหน เพราะอันตราย แต่ก็เพราะไฟสวยนี่แหละ ถึงออกมา

ระหว่างขับรถเล่น เดินเล่นก็มีนักท่องเที่ยวพากันเดินมากมาย แต่ก็ไม่ควรเกิน 2 ทุ่ม เพราะหลังจากนั้นจะเริ่มเงียบ ไม่มีคนละ

เวียดนามน่ากลัว และอันตราย ห้ามไปกลางคืน ในที่เปลี่ยวๆ ยิ่งไปคนเดียว ยิ่งอันตรายมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ อย่างโฮจิมิน

แล้ววันนั้นพอเรากลับถึงห้อง ดึกๆ ประมาณตี 2 ก็มีวัยรุ่นยกพวก มีดาบ มีมีด มีปืน ไล่ฟันกันอยู่ข้างล่างโรงแรม น่ากลัวมาก มีผู้หญิงด้วย เสียงร้องสนั่น แพมกับเพื่อนอยู่ในโรงแรมมองเห็นทางหน้าต่าง แต่ไม่มีใครไปช่วย ทุกคนอยู่ในบ้านกันหมด

แต่ที่เมืองเที่ยวจะปลอดภัยกว่า แต่ก็ยังอันตรายอยู่ดี ที่ดาลัดพอแพมกลับถึงห้อง ดึกๆ ประมาณตี 2 ก็มีวัยรุ่นยกพวก มีดาบ มีมีด มีปืน ไล่ฟันกันอยู่ข้างล่างโรงแรม น่ากลัวมาก มีผู้หญิงด้วย เสียงร้องสนั่น แพมกับเพื่อนอยู่ในโรงแรมมองเห็นทางหน้าต่าง แต่ไม่มีใครไปช่วย ทุกคนอยู่ในบ้านกันหมด